เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ นายภาวิช ทองโรจน์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า กรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งนายสัมพันธ์ ฤทธิเดช อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) เป็น เลขาธิการ กกอ.ว่า ขณะนี้ไม่ควรแต่งตั้งเลขาธิการ กกอ.เพราะกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำลังจะเกิดขึ้นภายใน 1-2 เดือนนี้ จึงไม่มีเหตุจำเป็นที่ต้องแต่งตั้ง อีกทั้ง การแต่งตั้งเลขาธิการ กกอ.อาจจะนำมาซึ่งผลเสียมากกว่าผลดี เป็นการวางปัญหาทิ้งไว้ อาจจะนำไปสู่สถานการณ์ที่ไม่ลงรอยกันในอนาคต เพราะกระทรวงการอุดมฯ กำหนดให้มีผู้บริหารระดับ (ซี) 11 เพียง 1 คน คือ ตำแหน่งปลัดกระทรวง แต่ขณะนี้กลับมีซี 11 ที่มีโอกาสเป็นปลัดกระทรวงถึง 2 คน อีกทั้ง การจะมีหรือไม่มีเลขาธิการ กกอ.ในขณะนี้ มีความจำเป็นแค่ไหน อย่างไร เพราะที่ผ่านมาในอดีต หากไม่มีใครนั่งตำแหน่งเลขาธิการ กกอ.จะมี รองเลขาธิการ กกอ.รักษาการ และทำงานแทนได้อยู่แล้ว
“เมื่อแต่งตั้งเลขาธิการ กกอ.ขึ้นมาเเล้ว สิ่งแรกที่สมควรทำมากสุดคือ ต้องคิดว่าปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องเร่งแก้ไขคืออะไร เช่น เมื่อตั้งกระทรวงการอุดมฯ แล้ว บทบาทหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะเป็นอย่างไร เป็นต้น ซึ่งนอกจากการพิจารณาบทบาทของ สกอ.แล้ว ยังรวมไปถึงบทบาทของคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ที่จะต้องแต่งตั้งขึ้นใหม่ด้วย เพราะกฎหมายของกระทรวงการอุดมฯ จะทำให้บทบาทหน้าที่ กกอ.เปลี่ยนไป” นายภาวิช กล่าว
นายภาวิชกล่าวอีกว่า เรื่องการแต่งตั้ง กกอ.ชุดใหม่นั้น ที่ประชุมสมาคมสภามหาวิทยาลัย (ประเทศไทย) (สสมท.) เมื่อเร็วๆ นี้ ได้หารือถึงประเด็นนี้ด้วย หลายคนมีข้อสังเกตว่ากระทรวงการอุดมฯ กำลังจะเกิดแล้ว ทำไมถึงแต่งตั้ง กกอ.ชุดใหม่ขึ้นมา เพราะยังมี กกอ.ชุดเดิมที่รักษาการอยู่ อีกทั้ง การตั้ง กกอ.ชุดใหม่ อาจจะละเมิดหลักการเดิมที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ออกกฏห้ามคณะกรรมการ กกอ.ไปเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสภามหาวิทยาลัยต่างๆ เพราะอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนกัน แต่เมื่อผลการแต่งตั้ง กกอ.ออกมา กลับมีอธิการบดี รองอธิการบดี และอาจารย์มหาวิทยาลัย มาเป็นกรรมการ ซึ่งจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนกันมากกว่าเดิม เพราะบุคคลเหล่านี้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารงานของมหาวิทยาลัยโดยตรง ต่างจากการเป็นกรรมการสภา ที่มีหน้าที่ออกความเห็นเท่านั้น ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับงานบริหารใดๆ” นายภาวิช กล่าว
ด้าน น.ท.สุมิตร สุวรรณ รองคณบดีคณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดี และเห็นด้วยที่จะมีเลขาธิการ กกอ.คนใหม่ อีกทั้ง นายสัมพันธ์มีความเชี่ยวชาญด้านงานวิชาการ เคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เคยเป็นอธิการบดี มมส มีประสบการณ์ และมีความรู้ความสามารถด้านการบริหารงาน จึงเหมาะสมกับตำแหน่งอย่างมาก อีกทั้ง ตำแหน่งเลขาธิการ กกอ.เป็นตำแหน่งที่ไม่ควรปล่อยว่างเป็นระยะเวลานาน เพราะงานมหาวิทยาลัยมีมาก การให้รองเลขาธิการ กกอ.รักษาการแทน อาจทำให้มีภาระงานมากขึ้นจนไม่สามารถทำงานได้ทันเวลา และบางเรื่องสมควรที่จะให้เลขาธิการ กกอ.ตัดสินใจเองมากกว่า ส่วนที่หลายคนกังวลว่าอีกไม่กี่เดือน กระทรวงการอุดมฯ ที่จัดตั้งขึ้น ได้กำหนดให้มีซี 11 เพียง 1 คน แต่ขณะนี้มีซี 11 ที่มีโอกาสเป็นปลัดกระทรวงถึง 2 คนนั้น เป็นเรื่องของอนาคต ไม่น่ามีปัญหา เพราะบริหารจัดการได้ เช่น อาจย้ายไปอยู่สำนักนายกรัฐมนตรี หรือเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุดมฯ ไปก่อน เป็นต้น
“ส่วนตัวคิดว่าปัญหาเร่งด่วนที่เลขาธิการ กกอ.ควรแก้ไข และต้องรีบลงมือทำ คือการรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย ของนักเรียนชั้น ม.6 ให้เรียบร้อย พร้อมทั้งศึกษาบทบาทหน้าที่ให้ดี หากกระทรวงการอุดมฯ เกิดขึ้นมา สกอ.จะมีหน้าที่อะไร เปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าที่ของตนให้ไปในทิศทางใด ส่วนแผนระยะยาว ควรจะจัดการปัญหาที่ค้างคาให้มีความชัดเจน เช่น ปัญหาอธิการบดี ที่ผ่านมามีการถกเถียงว่าบุคคลที่อายุเกิน 60 ปี สามารถเป็นอธิการบดีหรือไม่ หรือระบบการศึกษาในระดับอุดมศึกษา จะขับเคลื่อน และพัฒนาให้ก้าวหน้าได้อย่างไร เป็นต้น” น.ท.สุมิตร กล่าว

