คณะพาณิชย์ มธ.ยันปรับปรุงตึกตู้ปลาไร้ทุจริต ยึดประโยชน์ น.ศ.เล็งเคลียร์ประชาคมอีกรอบ 25 ก.พ.นี้ (คลิป)

18.02.19 | 15:26 น.

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) นายพิภพ อุดร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี พร้อมด้วยนายวิทยา ด่านธำรงกุล รองคณบดีฝ่ายบริหาร นายอานนท์ มาเม้า ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย แถลงเปิดข้อเท็จจริงการปรับปรุงตึกคณะพาณิชย์ฯ หรือตึกตู้ปลา หลังคณาจารย์ 48 ราย ลงชื่อขอให้ทางคณะเปิดเผยเอกสารรายละเอียดการดำเนินงาน โดยนายพิภพกล่าวว่า ยืนยันว่าการปรับปรุงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานโดยยึดประโยชน์ของนักศึกษาเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ปัจจุบันการเรียนมีความเปลี่ยนแปลง มีการเรียนแบบโครงงานต่างๆ ทำให้การเรียนการสอนอยู่นอกห้องเรียนค่อนข้างมาก โดยก่อนที่จะทำโครงการนี้ คณะได้มีการสอบถามไปยังนักศึกษาว่า ใช้พื้นที่ใดในการทำโครงการ ซึ่งนักศึกษาก็ส่งรูปขณะทำงานใต้คณะนิติศาสตร์ หรือตามร้านกาแฟต่างๆ เข้ามาให้ดู ทำให้เราเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องคืนพื้นที่ให้นักศึกษา เริ่มตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งรูปแบบเดิมที่เราเสนอใช้งบประมาณ 80 ล้านบาท แต่เมื่อมีเสียงสะท้อนกลับมาว่า เป็นโครงการที่ใหญ่เกินไปทางคณะจึงปรับ กระทั่งมาได้รูปแบบที่เหมาะสม โดยทางคณะจะใช้งบในการปรับปรุงตึกตู้ปลาชั้นล่าง จำนวน 18 ล้านบาท และปรับปรุงตึกริมน้ำเพื่อให้โครงการต่างๆ ที่ตั้งอยู่เดิมใช้เป็นออฟฟิศจำนวน 10 ล้านบาท รวมแล้วใช้งบสะสมของทางคณะในการดำเนินโครงการดังกล่าวจำนวน 28 ล้านบาท ส่วนงบสนับสนุนการปรับปรุงที่ได้รับจากภาคเอกชนนั้น คงบอกไม่ได้ว่าจำนวนเท่าไร เพราะเอกชนเป็นคนดำเนินการทั้งหมด คาดว่าจะใช้งบปรับปรุงตารางเมตรละ 20,000-25,000 บาท

นายพิภพกล่าวว่า ตึกตู้ปลาถูกสร้างขึ้นมาเป็นอาคารที่มีเอกลักษณ์พิเศษ เป็นสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่นน่าสนใจเพียงไม่กี่แห่งในโลก บริเวณด้านล่างเดิมเคยเป็นที่นั่งของนักศึกษา หลังจากนั้นเมื่อย้ายนักศึกษาจำนวนหนึ่งไปเรียน มธ.ศูนย์รังสิต พื้นที่ด้านล่างส่วนหนึ่งจึงถูกกั้นเป็นออฟฟิศของโครงการต่างๆ เหลือพื้นที่นักศึกษาเพียงห้องเล็กๆ และปัจจุบันมีการรับนักศึกษาโครงการต่างๆ ทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก รวมกว่า 2,000 คน ทำให้เกิดปัญหาในการใช้พื้นที่ ดังนั้น จึงย้ายออฟฟิศออกเพื่อคืนพื้นที่ให้นักศึกษา และสร้าง iLab และ iSpace ครอบคลุมพื้นที่ 1,120 ตารางเมตร แบ่งเป็นห้องทำงาน ห้องประชุมเล็กใหญ่ เวทีพูดคุยนักลงทุนและพื้นที่อเนกประสงค์ โดยมีพันธมิตรในการก่อสร้างคือธนาคารไทยพาณิชย์ และร้าน Too fast to sleep เข้ามาช่วย โดยในส่วนของธนาคารจะมีการเช่าพื้นที่ประมาณ 30 ตารางเมตร และให้ร้าน Too fast to sleep 20 ตารางเมตร

“โมเดลของเรา ไม่ใช่โมเดลธุรกิจ ไม่มีการเรียกรับเงินรับทอง มหาวิทยาลัยก็รับทราบ คณะมีหน้าที่เดินไปข้างหน้าและพร้อมจะรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ ทั้งนี้ เมื่อเกิดข้อสงสัยขึ้น ทางมหาวิทยาลัยก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งประเด็นเรื่องมีการทุจริตหรือไม่ ก็ต้องรอผลการสอบสวนของทางคณะกรรมการ แต่ถ้าเป็นปัญหาที่แบบก่อสร้าง ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่เป็นที่พอใจของทุกคน ตัวเองก็ไม่ได้แบบที่คิดไว้ แต่เราก็ต้องอดออมจิตใจ และเปิดใจให้กว้างยอมรับความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ ซึ่งได้ผ่านประชาคม 4 ฝ่ายประกอบด้วย ฝ่ายบริหาร คณาจารย์ นักศึกษา และเจ้าหน้าที่มาแล้ว ทั้งนี้ ทางคณะจะนัดประชาคมเพื่อทำความเข้าใจเรื่องดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้องให้เปิดเผยสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาการออกแบบก่อสร้างนั้น ก็พร้อมที่จะเปิดเผย ซึ่งในช่วงที่รับฟังความคิดเห็นก็ได้มีการนำแบบมาเปิดเผยต่อประชาคมแล้ว เพียงแต่มีการขอความร่วมมือไม่ให้เผยแพร่ต่อสาธารณะ เพราะการเปิดเผยสัญญาต้องได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่ายด้วย” นายพิภพกล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม หากยังไม่ได้ข้อสรุปแล้วโครงการนี้จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่นั้น ส่วนตัวยังดูไม่ออกว่า จะหยุดดำเนินการเพราะอะไร หากตกลงได้พร้อมแจ้งพันธมิตรเพื่อดำเนินการต่อไป ซึ่งหากไม่มีปัญหาสะดุด คาดว่าจะเปิดเช่าพื้นที่ดังกล่าวได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้

นายวิทยา ด่านธำรงกูล รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะพาณิชย์ฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมากว่า 2 ปี โดยคณะได้มีการประชุมคณาจารย์เพื่อแจ้งเรื่องนี้ถึง 8 ครั้ง เริ่มครั้งแรกในช่วงปี 2559 ซึ่งมีการไม่เห็นด้วยเรื่องแบบก่อสร้าง ก็มีการปรับปรุง จนเดือนกรกฎาคม 2561 มีการจัดทำเวิร์กช็อปโดยคณะสถาปัตยกรรม และได้เสนอแบบการก่อสร้างให้คณะกรรมการของคณะ มีมติเลือกวันที่ 25 ตุลาคม 2561 จากนั้นคณะจึงส่งเรื่องให้มหาวิทยาลัยดำเนินการ โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการกำกับการปรับปรุงพื้นที่คณะพาณิชย์ฯ ในปลายเดือนธันวาคม 2561 โดยทางคณะกรรมการกำกับปรับปรุงฯเห็นว่าทางคณะจะทราบบริบทในการใช้พื้นที่ของนักศึกษาดี จึงมอบหมายให้คณะกำหนดรายละเอียด ดังนั้น กระแสที่ว่าดำเนินการโดยที่ประชาคมไม่รู้ จึงไม่ใช่เรื่องจริง เพียงแต่ว่าข้อสรุปที่ได้อาจไม่เป็นที่พอใจของทุกคน อีกทั้งที่ระบุว่าทางคณะดำเนินการอย่างปุบปับก็ไม่ใช่เรื่องจริง ขั้นตอนต่างๆ มีการกำหนดช่วงเวลาไว้แล้วว่าจะเริ่มดำเนินการหลังปีใหม่ ประกอบกับเดือนมกราคมเป็นช่วงที่นักศึกษาปิดภาคเรียน ไม่กระทบกับการเรียนของนักศึกษา สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายสิ่งของ ทุกอย่างจึงเป็นไปตามแผน ส่วนข้อสงสัยที่ว่าทำไมไม่เปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาประมูลเพื่อใช้พื้นที่นั้น เพราะพื้นที่ชั้นล่างของตึกตู้ปลาไม่ใช่พื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยทางคณะได้พูดคุยกับพันธมิตรหลายราย และมาได้ข้อสรุปความร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ และ Too fast to sleep ที่มีวัตถุประสงค์ตรงกัน จะเข้ามาสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม รวมถึงธนาคารไทยพาณิชย์ยังมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย พร้อมถ่ายทอดให้นักศึกษา

“ผมเชื่อว่าเรารับฟังความคิดเห็นมาเพียงพอ แต่คงจะทำให้ตอบโจทย์ทุกคนคงไม่ได้ ความแตกต่างทางความคิดเกิดขึ้นได้ทุกที่ เราอาจมีโฟกัสหรือจุดยืนที่ต่างกัน ซึ่งผมยืนยันว่าคณะดำเนินโครงการนี้โดยยึดประโยชน์ของนักศึกษาเป็นหลัก ส่วนข้อสังเกตว่าทำไมถึงไม่เปิดให้หลายรายประมูลเข้ามานั้น ยืนยันว่านี่ไม่ใช่พื้นที่ทางการค้า การเลือกพันธมิตรทั้ง 2 รายเข้ามาเพราะมีแนวคิดตรงกันและมีเทคโนโลยีที่เด็กสามารถใช้งานได้ ไม่ใช่เฉพาะภายใน มธ.เท่านั้น แต่มองไปไกลถึงการเป็นศูนย์พัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SMEs ให้กับชุมชนรอบเกาะรัตนโกสินทร์ด้วย ถือเป็นหน้าที่หนึ่งของมหาวิทยาลัยในการรับใช้ชุมชน” นายวิทยากล่าว

Advertisement

นายอานนท์ มาเม้า ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า ที่ดินใน มธ.ท่าพระจันทร์ ถือเป็นที่ราชพัสดุอยู่ในการดูแลของกรมธนารักษ์ แต่ก็มีข้อยกเว้นว่ากฎหมายอาจกำหนดให้หน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐอื่นๆ สามารถจัดการดูแลได้ ซึ่งใน พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2558 มาตรา 14 (10) ระบุว่าให้มหาวิทยาลัยมีอำนาจปกครอง ดูแล บำรุงรักษา จัดการ ใช้และจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยและที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ ฉะนั้น มธ.จึงสามารถใช้สอยพื้นที่ราชพัสดุได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตกรมธนารักษ์ก่อนเป็นคราวๆ ไป ภายในกรอบการบริการต่อการศึกษาหรือเรื่องเกี่ยวเนื่อง เช่น เพื่อประโยชน์ต่อนักศึกษา บุคลากร เป็นต้น ทั้งนี้ กรณีของคณะพาณิชย์ฯที่ตกลงกับภาคเอกชนมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของคณะนั้นก็เป็นอำนาจของมหาวิทยาลัย ผ่านการกลั่นกรองให้ความเห็นชอบโดยคณะกรรมการจัดหารายได้และผลประโยชน์ในพื้นที่ราชพัสดุของ มธ.แล้วตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2561

“ในฐานะส่วนกลางรับผิดชอบกฎหมายและข้อร้องเรียนต่างๆ ปัจจุบันการปรับปรุงตึกของคณะพาณิชย์ฯ ก็ได้รับข้อร้องเรียนทั้งจากผู้บริหารและคณาจารย์คณะพาณิชย์ฯ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์ความจริง และรักษาธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัย โดยกรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและเป็นผู้ที่ไม่มีส่วนได้เสียแต่อย่างใด” นายอานนท์กล่าว

นายเอกจิตต์ จึงเจริญ อดีตผู้อำนวยการโครงการเอ็นบีเอ คณะพาณิชย์ฯ กล่าวว่า แบบก่อสร้างที่ดำเนินการอยู่ ไม่ใช่แบบที่ฝ่ายบริหารเลือก และสัญญาต่างๆ ที่คณบดีระบุว่า ให้ประชาคมดูแล้ว ก็เป็นเพียงเบื้องต้น ยังไม่มีรายละเอียด โดยทางคณาจารย์ได้ส่งหนังสือข้อตรวจสอบสัญญาต่างๆ ทาง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ ยืนยันว่าทางคณาจารย์ไม่ได้ขัดขวาง เพียงแต่อยากได้รายละเอียดสัญญาต่างๆ และเงื่อนไขการใช้พื้นที่ เพราะยึดประโยชน์ของนักศึกษาเป็นหลัก หากมีการดำเนินการตามขั้นตอน ถูกต้อง ก็เชื่อว่าการปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าวจะแล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด

เอกจิตต์ จึงเจริญ