สวัสดีครับผมชื่อ นายกษิดิ์เดช เมฆกระจ่าง ชื่อเล่น “จ้า” ปัจจุบันศึกษาอยู่ในระดับชั้นปีที่ 4 คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.) วิทยาเขตปราจีนบุรี
ตอนแรกไม่ได้คาดคิดว่าจะได้มาเรียนที่นี่ ต้องขอเล่าย้อนกลับไปสมัยมัธยมก่อนว่า ผมจบจากโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย สายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ จึงสนใจวิทยาศาสตร์เป็นทุนเดิม จึงมองหาคณะที่เป็นหลักสูตรวิทยาศาสตร์ และเลือกเป็นวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เพราะประเทศเรามีความหลากหลายด้านวัตถุดิบทางการเกษตร ผมคิดว่าอุตสาหกรรมอาหารในประเทศเรายังต้องการนักวิทยาศาสตร์อาหารอีกเป็นจำนวนมาก นี่คือสาเหตุหลักๆที่เลือกมาเรียนที่นี่ครับ
เมื่อเข้ามาสู่รั้ว มจพ.แล้ว ผมได้เจอกับสังคมและประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเจอมาก่อน ทั้งการเรียนและกิจกรรมที่ค่อนข้างแตกต่างกับระดับมัธยม การสอบที่มีความยากและเฉพาะทาง กิจกรรมต่างๆ ที่เหนื่อยและมีความกดดัน การเรียนที่ต้องตั้งใจและจัดสรรเวลา ทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของตนเองและเพื่อนๆ เราจะเห็นบางคนที่ท้อ บางคนที่บ่น บางคนที่อดทน บางคนคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นี่แหละครับเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าเราจะไม่เห็นมันเลยถ้าเราไม่ได้ผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากมาด้วยกัน
ส่วนการทำกิจกรรมผมก็อยู่ในระดับปานกลาง ตอนแรกที่เข้ามาผมไม่ได้โดดเด่นกว่าคนอื่นๆ แต่ผมก็ให้ความร่วมมือกับทุกกิจกรรม จนสุดท้ายอาจเป็นเพราะความบังเอิญ เพื่อนๆ ก็เลือกผมเป็นตัวแทนรุ่น โดยที่ผมเองก็ไม่ได้คาดคิดมาก่อนและได้มีโอกาสเข้าร่วมงานกับสโมสรนักศึกษาคณะอุตสาหกรรมเกษตรโดยอยู่ในตำแหน่งอุปนายกฝ่ายบริหาร จนถึงปัจจุบันอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกสโมสรนักศึกษาคณะอุตสาหกรรมเกษตร
จากประสบการณ์และกิจกรรมที่หลากหลายที่เคยได้ร่วมรับผิดชอบหลักๆ นั่นคือ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการพี่สอนน้องซึ่งเป็นโครงการที่ให้รุ่นน้องได้เตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอม ตอนนั้นผมเรียนอยู่ในชั้นปีที่ 2 โครงการพี่สอนน้องเป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทายและกดดันไม่น้อยสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ที่ต้องรับผิดชอบและดูแลโครงการนี้ เพราะผมต้องคอยสื่อสารกับทุกฝ่ายทั้งเพื่อน และน้อง รวมไปถึงอาจารย์เพื่อให้โครงการนี้บรรลุวัตถุประสงค์ได้ ซึ่งเป็นปกติของการทำกิจกรรมที่จะพบกับปัญหา และความเข้าใจที่ไม่ตรงกันมากมาย แต่สิ่งที่ช่วยให้โครงการนั้นผ่านพ้นมาได้คือการเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างของทุกคน ไม่ได้คิดว่าตนเองนั้นถูกเสมอไป และนำข้อดีของแต่ละความเห็นมาปรับใช้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ
เพื่อนๆ ที่ฟังผมแชร์ประสบการณ์มานั้น อาจกล่าวได้ว่าการทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยจะกลายเป็นประสบการณ์ที่สามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานหรือการใช้ชีวิตในอนาคตครับ และสุดท้ายผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังจะเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย หรือกำลังศึกษาอยู่ในขณะนี้ครับ


