หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา ผู้อ่านมติชนอ...

ผู้อ่านมติชนออนไลน์ส่วนใหญ่ เห็นด้วยที่งานบวช ควรจะต้องสงบ สำรวม ไม่ควรมีการเต้น โคโยตี้ ส่งเสียงดัง

27.02.19 | 22:41 น.

จากเหตุการณ์ที่คนกลุ่มหนึ่งบุกโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ และเข้าไปทำร้ายอาจารย์และโรงเรียน เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกทางโรงเรียนเตือนเรื่องส่งเสียงดังในงานบวช ซึ่งทางโรงเรียนขอให้งดใช้เสียงเนื่องจากเด็กๆกำลังสอบ GAT/PAT กันอยู่ และพบในเวลาต่อมาว่า กลุ่มคนที่บุกโรงเรียน อยู่ในอาการเมามาด้วย ต่อมานายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศาสนา (ศน.) ได้ออกมากล่าวว่า “งานบวชควรจะต้องสงบ สำรวม ไม่ควรมีการเต้น-โคโยตี้-เสียงดัง”

โดยนายกิจติพันธ์ กล่าวว่า งานบุญบวชนาคไม่ควรมีเรื่องสารเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วัดเป็นสถานที่ปลอดเหล้าและอบายมุข ไม่ควรสนุกสนานจนเกินขอบเขตและกระทำในเรื่องไม่ควร

“เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ที่ปัจจุบันงานบวชบางงาน มีการจ้างโคโยตี้ มาเต้นกัน มีการเปิดเครื่องเสียงอย่างดังเกิน มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งแม้อยู่ในงานบุญ โดยปกติงานบวชที่มีการเปิดเครื่องเสียงเพื่อสร้างการรับรู้ให้คนได้ร่วมอนุโมทนาบุญ แต่ปัจจุบันกลายเป็นความสนุกสนานจนเกินเหตุ และสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้อื่น ค่านิยมในงานบวชบางอย่างนำมาใส่ทีหลัง จนมองเป็นเรื่องธรรมดาหรือเปล่า อยากชวนให้ชาวพุทธช่วยกันสร้างจิตสำนึกและแบบอย่างงานบวชที่ถูกต้องเหมาะสม “

มติชนออนไลน์สอบถามความเห็นผู้อ่านว่า เห็นด้วยกับอธิบดีกรมศาสนาหรือไม่ ที่ว่า “งานบวชควรจะต้องสงบ สำรวม ไม่ควรมีการเต้น-โคโยตี้-เสียงดัง”

โดยผู้อ่านทางทวิตเตอร์ เห็นด้วยกับอธิบดีกรมศาสนาถึง 96 เปอร์เซ็นต์ และไม่เห็นด้วยเพียง 4 เปอร์เซ็นต์

Advertisement

ส่วนผู้อ่านที่แสดงความเห็นทางเฟซบุ๊ก เห็นด้วย 93 เปอร์เซ็นต์ และไม่เห็นด้วย 7 เปอร์เซ็นต์ โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยที่ว่า งานบวชควรจะต้องสงบ และไม่เพียงแค่งานบวชเท่านั้น งานศพก็เช่นกัน ไม่ควรจะมีการเต้นหรือเบิ้ลเครื่องหน้าเมรุ และเห็นว่า ตามหลักการบวชคือต้องการความสงบ ไม่ควรมีเสียงอึกทึกครึกโครม การจะบวชก็ต้องตัดแล้ว ละแล้ว

ผู้อ่านรายหนึ่ง แสดงความเห็นว่า “ในต่างจังหวัดงานบวชมันเป็นประเพณีและวัฒนธรรมไปแล้ว…บวชลูกบวชหลานทั้งทีถ้าพอมีตังค์หน่อยก็จ้างหนัง ลิเก ดนตรีมาร่วมฉลองให้มันครึกครื้นใครจะว่าเอาหน้าก็ตามทีเช้ามาพานาคแห่ไปวัดมีฟ้อนรำทำเพลง…ขออนุญาติตำรวจถูกต้องในการใช้เสียงและใช้พื้นผิวจราจรมีตำรวจอำนวยความสะดวกครบครันทุกจุดที่เคลื่อนผ่าน ภายในวัดถ้าไม่มีสถานที่ราชการอยู่ในนั้นก็ใช้เครื่องเสียงตอนแห่นาคเข้าโบสถ์ได้จะหยุดสนิทตอนพระทำพิธี…ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร….มันเป็นเฉพาะกลุ่มที่ไม่รู้กาละเทสะเท่านั้นครับ”

อีกความเห็นระบุว่า จริงแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกัน คนที่สนุกก็คือพวกญาติพี่น้อง คนที่จะบวชก็นั่งท่องบทอยู่ คนสนุกก็สนุกไป ต่างจังหวัดไม่เหมือนในเมือง ปลาเน่าตัวเดียวอย่าเหมารวมว่าจะเน่าทั้งหมด บุญบาปอยู่ที่คนบวชว่าบวชเพื่ออะไร

อีกความเห็นมองว่า ก็ควรจะออกกฎหมายในวัดห้ามเมา ห้ามใช้เสียง โบราณเขาใช้กลองยาว ตีไปสักหน่อยก็เริ่มเจ็บมือ รอบ 2 3 ก็เบาลง เบางลง แล้วก็เลิกไป แต่ทุกวันนี้ไม่มีได้บุญหรอก ได้แต่บาป ไปเต้นในวัด

ผู้อ่านอีกราย ระบุว่า “พิจารณาด้วยสติและความเหมาะสมนะครับต้นเหตุมันไม่ได้อยู่ที่ดนตรีที่ใช้แห่นะครับมันอยู่ที่สุราและของมึนเมาเป็นเหตุนะครับการที่จะหยุดแห่นาคหรือฉลองนาคอาจทำให้อาชีพบางอาชีพต้องหายไปอย่างเช่นแตรวง กลองยาว ปี่พาทย์ ซึ่งอาศัยหากินอยู่ในช่วงหน้าบวชก่อนเข้าพรรษานี่แหละอาจจะเป็นรายได้เสริมของคนทำอาชีพนี้หรือเป็นอาชีพหลักของอีกหลายคนก็ว่าได้จะให้หายไปเหมือนลิเก ลำตัดอีกหรือครับโขนก็จะหายไปอยู่แล้วบางทีการแห่ก็กายเป็นประเพณีของคนไทยไปแล้วควรควบคุมเรื่องการดื่มสุราของมึนเมามากกว่าเพราะผู้ผลิตโยนบาปมาให้ผู้บริโภคโดยซื้อเองกินเองไม่ได้บังคับมันทำให้ขาดสติก่อเหตุต่างๆทั้งทะเลาะวิวาทและอุบัติเหตุต่างๆที่เกิดจากการดื่มสุราและของมึนเมาจนขาดสติ”

สามารถเข้าไปอ่านความคิดเห็นทั้งหมดได้ที่