‘หมอธี’ เบรก ‘บิ๊กร.ร.’ ก่อม็อบป่วนการเมือง-ขู่ฟันวินัยแม่พิมพ์ค้านผิดกม.

28.02.19 | 13:43 น.

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมหารือกรณีกลุ่มข้าราชการครูและผู้บริหารทางการศึกษา ได้ยื่นร้องเรียนให้ก.ค.ศ.ทบทวนกรณีที่ได้มีการยื่นขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ตามหนังสือสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)ที่ศธ. 0206.3/ว13 เรื่อง การให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสพผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์มีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นว่า เรื่องนี้มีการเจรจากันมาแล้วหลายครั้งและผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการก.ค.ศ. ก็เห็นควรให้เดินตามกฎหมาย โดยให้ทำเรื่องอุทธรณ์ผ่านต้นสังกัดหรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อพิจารณาเป็นรายบุคคล หากใครไม่พอใจ ก็สามารถฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า ขอให้การดำเนินการเรื่องนี้เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย ขอร้องว่าอย่างมาชุมนุมกันโดยเฉพาะมาชุมนุมเพื่อกดดันให้ก.ค.ศ. และรัฐบาลจะต้องยอมถือว่า มีผลทางการเมืองอาจส่อผิดวินัยข้าราชการ และผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะมาชุมนุมก่อนการเลือกตั้ง  เรื่องนี้รองเลขาธิการก.ค.ศ. ได้มีการคุย และเรื่องควรจะจบได้แล้ว ถ้าไม่จบจะดำเนินการตามกฎหมาย อีกเรื่องกรณีมีกลุ่มแกนนำครู ออกมาคัดค้านร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ที่มีข้อเสนอให้เห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็น ครูใหญ่ ความจริงส่วนตัวไม่อยากจะมีปัญหา เรื่องนี้คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เป็นผู้เสนอมาและตนเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ทุกคนมีสิทธิออกมาคัดค้านและแสดงความเห็นได้ ไม่เป็นไร  เพราะการพิจารณาเรื่องนี้ยังมีอีกหลายขั้นตอน

“ผมไม่เคยติดใจเรื่องพวกนี้เพราะเป็นการแสดงความเห็นทางวิชาการ แต่ขออย่างเดียว อย่าค้านในลักษณะการเมือง ขณะนี้เริ่มมีการค้านแบบโจมตีกัน  เช่น อย่าปล่อยให้นักการศึกษามากำหนดชีวิตชะตาพวกเรา เหมือนเป็นการปลุกระดม ไม่ดี เพราะไม่เกี่ยวใครเป็นนักการศึกษาหรือไม่เป็นนักการศึกษาเป็นการค้านที่มีมูลเหตุแอบแฝงทางการเมือง  อย่ามาทะเลาะกันด้วยประเด็นพวกนี้ ถ้ามองเชิงวิชาการรับได้ แต่ถ้าทำให้เป็นประเด็นเคลื่อนไหวทางการเมืองใช้ความรุนแรงกดดันทางจิตใจไม่ได้ ซึ่งถ้าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองผมจะใช้การเมืองจัดการ เคลื่อนไหวช่วงนี้หวังผลอะไรหรือไม่ เพราะกำลังจะเลือกตั้งและเสียหายตรงไหนถึงต้องเคลื่อนไหวในฐานะศธ. ผมอยากให้ทุกอย่างเราแสดงความคิดเห็นอย่างศิวิไลชน คือคิดต่างกันได้เช่น ว13 การคิดแบบศิวิไลคือ อุทธรณ์และว่ากันไปตามกฎหมาย บางเรื่องคุยกันไม่ได้เพราะเป็นกฎเกณฑ์ที่มีมา จะมาระดมคน 1 พันคนมากดดันให้ยอมไม่ได้ “นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

นางอุษณีย์  ธโนศวรรย์ เลขาธิการก.ค.ศ. กล่าวว่า ที่ประชุมยังหารือกรณีที่ คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ไม่พิจารณาคืนอัตราเกษียณอายุราชการปี 2559-2560 ให้สพฐ. เนื่องจากทางศธ.ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ดังนั้นจึงได้มอบให้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดศธ. และนายบุญรักษ์  ยอดเพชร เลขาธิการกพฐ.ไปจัดทำแผนการกำหนดขนาดกำลังคนภาครัฐในปี 2559-2560 ของสพฐ. ให้เป็นไปตามมาตรการของคปร. ที่จะคืนอัตราเกษียณให้โรงเรียนที่มีนักเรียนไม่ต่ำกว่า 250 คน ส่วนปี2561 มีข้อมูลแล้วว่าจะต้องคืนอัตราเกษียณ  5,265  อัตรา ให้กับโรงเรียน 3,890 โรงเรียน

 

Advertisement