เมื่อวันที่ 6 มีนาคม นายศักรินทร์ ภูมิรัตน อดีตอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ QS World University Rankings เผยแพร่ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก 2019 โดยมหาวิทยาลัยของไทยมีอันดับลดลงทุกแห่ง ซึ่งนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ระบุว่า เป็นเพราะคนไทยโจมตีระบบการศึกษาของตัวเอง ว่า การที่มหาวิทยาลัยตกอันดับลง เกิดจากหลายสาเหตุ แต่โดยภาพรวมมหาวิทยาลัยไทยดีขึ้น แต่อาจดีขึ้นช้ากว่าคนอื่น เพราะตัวชี้วัดส่วนใหญ่จะเดี่ยวข้องกับการผลิตผลงานวิจัยที่ได้รับการจดสิทธิบัตรหรือตีพิมพ์ในระดับสากล ซึ่งต้องยอมรับว่าเราเติบโตช้าไม่ทันมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในโลก ขณะที่มหาวิทยาลัยในหลายประเทศ เตรียมพร้อมและปรับตัวเพื่อเข้ารับการประเมินในการจัดอันดับโลก มีการลงทุน เช่นแทนที่จะไปลงทุนกับอุตสาหกรรม ก็มาลงทุนกับตัวชี้วัดที่ใช้ในการประเมินแทน และไม่ใช่มีเฉพาะเรื่องงานวิจัยหรือผลงานทางวิชาการที่ตีพิมพ์เท่านั้น แต่ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ด้วย
นายศักรินทร์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของประเทศไทย ทรัพยากรที่เข้ามาสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยทำเรื่องเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ เราควรผลิตความรู้และตีพิมพ์งานวิจัยและผลงานทางวิชาการที่ได้รับการจดสิทธิบัตรในระดับสากลให้มากขึ้น โดยประเทศทางอันดับโลกแซงหน้าประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัด คือ ประเทศจีน และมาเลเซีย ซึ่งมีการลงทุนพัฒนามหาวิทยาลัยหลายด้าน เพื่อผลักดันเพิ่มอันดับมหาวิทยาลัยโลก ดังนั้นกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะต้องเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา โดยเติมงบประมาณเพิ่มสนับสนุนการพัฒนาอันดับมหาวิทยาลัยโลกให้มากขึ้น แต่ไม่ใช่เน้นเฉพาะเรื่องงานวิจัยที่ตีพิมพ์ระดับสากลเท่านั้น ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่สำคัญ รวมถึงต้องไม่ให้กระทบกับคุณภาพการศึกษาและคุณภาพบัณฑิต
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจัยทางการเมืองมีผลต่ออันดับมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายศักรินทร์ กล่าวว่า ตนมองตรงกันข้าม ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามเร่งพัฒนาอุดมศึกษา เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ มีการผลักดันให้เกิดกระทรวงการอุดมศึกษา ฯ ซึ่งถือเป็นความตั้งใจ เพียงแต่อนาคตจะต้องมีการลงทุนเพิ่ม ไม่เช่นนั้นมหาวิทยาลัยไทยอาจไล่ตามโลกไม่ทัน
น.ท.สุมิตร สุวรรณ รองคณบดีฝ่ายบริหารคณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่า เกณฑ์บางอย่างในการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ของ QS World University Rankings ไม่เหมาะสมกับประเทศไทย โดยเฉพาะผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในระดับสากล หรือจำนวนนักศึกษานานาชาติ เพราะไทยไม่ได้เป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนตลอดเวลา ขณะที่ปัจจัยอื่น เช่น การให้อาจารย์จัดทำเอกสาร อาจารย์ซึ่งเป็นมีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ยังไม่มีความมั่นคง ต้องต่อสัญญาปีต่อปี ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนามหาวิทยาลัย รวมถึงงบประมาณที่ลงมาใช้พัฒนาในส่วนนี้ ก็อาจจะยังไม่เพียงพอ

