พรรคอนาคตใหม่ (อคน.) ซึ่งถือเป็นพรรคการเมืองน้องใหม่ ที่กำลังมาแรงแซงหน้าพรรคการเมืองรุ่นพี่อีกหลายๆ พรรคในขณะนี้ ได้เร่งเดินหน้าหาเสียง พร้อมทั้งประกาศนโยบายด้านต่างๆ รวมถึง นโยบายด้านการศึกษา “มติชน” จึงถือโอกาสนี้ พูดคุยกับผู้บริหารพรรค อคน.ที่ดูแลนโยบายด้านการศึกษาของพรรค
โดย น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรค อนค.ได้แจกแจงเกี่ยวกับนโยบายด้านการศึกษาของ อนค.ว่า อนค.ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการศึกษา โดยจัดอยู่ใน 3 นโยบายฐานราก คือ 1.ยุติระบบราชการรวมศูนย์ กระจายอำนาจ กระจายคน กระจายงบ 2.ไทยเท่าเทียม สวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร และ 3.ปฏิวัติการศึกษา ลงทุนให้ถูกจุด ลดความเหลื่อมล้ำ เพราะคุณภาพชีวิตของทุกคน อยู่ที่ระบอบการศึกษา
ซึ่ง อนค.จะเน้นนโยบายสร้างการมีส่วนร่วม โดย “ปฏิวัติการศึกษา” ไล่ตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งปฏิวัติการเรียนการสอน ปรับหลักสูตร ลดกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพิ่มทักษะวิชาชีพ ให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ตอบโจทย์ และตรงตามความต้องการอย่างแท้จริง
ขณะที่ในส่วนของการ “พัฒนาครู” จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาการสอน รวมถึง จะเพิ่มเส้นทางอาชีพ โดยสร้างครูต้นแบบ หรือครูที่จะเป็นโค้ชชิ่ง คอยให้คำแนะนำอบรมพัฒนาการสอนของครูต่อไป
ขณะเดียวกันพรรคยังเน้นการมีส่วนร่วม โดยจะให้ความสำคัญกับ “คณะกรรมการสถานศึกษา” ซึ่งจะไม่ใช่ทำหน้าที่แค่การระดมทุนเช่นทุกวันนี้ แต่จะค่อยๆ กระจายอำนาจ ทั้งงบประมาณ และการบริหารจัดการให้คณะกรรมการสถานที่ศึกษามีบทบาทมากขึ้น โดยองค์ประกอบสำคัญของคณะกรรมการสถานศึกษาทุกแห่ง จะต้องให้ผู้ปกครอง และนักเรียน เข้ามาร่วมเป็นกรรมการ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ซึ่งก่อนที่จะเข้ามารับหน้าที่จะจัดให้มีการอบรม สร้างความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาด้วย รวมถึง จะจัดให้มีเบี้ยประชุมให้กับผู้ปกครองที่มาร่วมเป็นกรรมการสถานศึกษา เพราะผู้ปกครองบางคนที่มารับหน้าที่ตรงนี้ อาจขาดรายได้ ในช่วงที่มาเข้าร่วมประชุม และอาจได้รับความเดือดร้อน
ส่วนการพัฒนา “อาชีวศึกษา” นั้น จะอยู่ในโครงการเมกะโปรเจกต์แสนล้าน ที่จะกระจายงบประมาณส่งเสริมการฝึกอาชีพไปยังสถาบันอาชีวศึกษาทั่วประเทศ รวมถึง กระจายไปในโรงเรียนต่างๆ โดยความดูแลของคณะกรรมการสถานศึกษาซึ่งทุกอย่างต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส และเป็นธรรม
สำหรับการพัฒนา “อุดมศึกษา” นั้น จุดสำคัญคือ รัฐต้องไม่ผูกขาดอำนาจของตัวเอง มหาวิทยาลัยควรมีฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลาย และมีอิสระในการบริหารจัดการ ในส่วนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่กำลังจะตั้งขึ้นนั้น ทางพรรคจับตา และตั้งคำถามว่า หากกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ตั้งขึ้น โดยเน้นการพัฒนาวิทยาศาสตร์ และงานวิจัยแล้ว การพัฒนาศาสตร์ด้านสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ จะถูกนำไปไว้ในส่วนใด เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพัฒนาควบคู่กัน
ก่อนจัดทำนโยบาย ทางพรรคได้สำรวจความคิดเห็น เก็บข้อมูลกรณีศึกษาทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึง สอบถามผู้เชี่ยวชาญ ก่อนรวบรวม และจัดทำนโยบายด้านการศึกษาขึ้น ซึ่งเราให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยจัดให้อยู่ใน 3 นโยบายฐานราก
หาก อนค.ได้เข้ามารับหน้าที่ดูแลกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตั้งใจว่าในช่วง 100 วันแรก จะไม่เน้นการสร้างนโยบายใหม่ แต่จะเป็นการเข้าไปปรับระบบ ระเบียบ ให้คนที่ทำงานใน ศธ.ทั้งครู และผู้ที่เกี่ยวข้องทำงานได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ จากการสถิติ พบว่า รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ที่ผ่านมา จะอยู่ในตำแหน่งประมาณ 11 เดือน ดังนั้น ระยะแรกจึงอยากเน้นในเรื่องที่ทำได้เร็ว เพื่อให้บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวก่อน

