‘หมอธี’ เผยสอบ ‘MOENet’ 1 ปีส่งกระดาษแผ่นเดียว แจงราชการไม่ให้ความร่วมมือ ฉุน! สั่ง ‘การุณ’ ใครไม่ร่วมมือตั้ง กก.สอบวินัย
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริง โครงการเช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตในระบบ MOENet ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ได้รายงานความคืบหน้ามาให้ตน โดยส่งมาเพียงกระดาษแผ่นเดียว ระบุว่าไม่ได้รับความร่วมมือจากคนในราชการในการสอบสวน ดังนั้น ตนจึงได้ทำหนังสือสั่งการให้ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดศธ. ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ ไปดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จ ถ้ายังพบว่ามีราชการไม่ให้ความร่วมมือก็ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย เพราะเรื่องนี้ตรวจสอบมานานกว่า 1 ปีแล้ว ตนต้องการทำให้เสร็จ ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้ส่งข้อมูลไปยัง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งเป็นการส่งข้อมูลเพิ่มเติมจากที่เคยส่งไปก่อนหน้านี้
“เรื่องนี้ยังไม่ได้เงียบหายไปไหน ผมติดตามถามมาตลอด เขาก็รายงานว่ากำลังตรวจสอบ แต่สุดท้ายมาส่งกระดาษแผ่นเดียว แล้วบอกว่าไม่ได้รับความร่วมมือหลังสอบมา 1 ปี ซึ่งจริงๆ ก็ควรบอกตั้งแต่ไม่ได้รับความร่วมมือแต่แรก แล้วก็เป็นคนในราชการที่ไม่ให้ความร่วมมือ คาดว่าเพราะมีสายใยเชื่อมโยงกับคนเก่า ซึ่งราชการเองก็มีวิธีการเอาตัวรอดของเขา เช่น หนังสือมาไม่ถึง ไม่เห็นหนังสือ พอเป็นแบบนี้ผมสั่งทันทีว่าต้องรับผิดชอบ ผมไม่ได้ต้องการสั่งเหมือนเป็นการสั่งขี้มูก แต่ผมสู้ของผมแบบนี้ และคนที่จะต้องมารับผิดชอบคือเจ้านายของเขา ซึ่งก็คือ ปลัด ศธ. ไม่ใช่ผม เพราะถ้าผมทำอะไรก็จะกลายเป็นว่ารัฐมนตรีกลั่นแกล้ง และผมสั่งการไปแล้วว่าใครที่ไม่ให้ความร่วมมือให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย ซึ่ง ปลัด ศธ. ก็ต้องไปปฏิบัติตามที่ผมสั่งการ”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้พบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องมีทั้งผู้อยู่ในราชการและนอกราชการ โดยเป็นข้าราชการระดับ 8 ของศธ. 2 ราย คือ เจ้าหน้าที่พัสดุ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี และได้มีการปฏิบัติตามมาตราการป้องกันและปราบทุจริตในระบบราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ย้ายออกไปปฏิบัติงานที่อื่น และตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงข้าราชการทั้ง 2 ราย ในส่วนของผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่อยู่ภายนอก ศธ. เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. และปปง. ดำเนินการสอบสวนต่อไป ขณะเดียวกัน มีการเสนอให้สำนักการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบในเรื่องการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างว่า เป็นไปตามข้อกฎหมายหรือไม่ด้วย

