เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ว่าเมื่อเร็วๆ นี้คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการหารือเตรียมความพร้อมจัดตั้งกระทรวงการอุดมฯ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักงบประมาณ ฯลฯ เข้าร่วม ซึ่ง พล.อ.อ.ประจินย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมจัดตั้งกระทรวงการอุดมฯ ให้เร็วที่สุดและต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ ภายใต้กรอบ 90 วันก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ เมื่อประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้วจะถือว่ากระทรวงการอุดมฯ ได้จัดตั้งขึ้นแล้วโดยสมบูรณ์ คณะกรรมการขับเคลื่อนชุดนี้มีเวลาในการทำงาน 4 ปี ในการวางโครงสร้างภายใน ดูว่าหน่วยงานใดจำเป็นต้องอยู่หรือหน่วยงานใดจำเป็นต้องยุบ กำหนดอัตรากำลัง และเคลื่อนย้ายบุคลากรลงหน่วยงานภายในให้เหมาะสมกับคุณสมบัติ จัดทำงบประมาณ ทั้งการรวบรวมงบปี 2562 ที่กระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ มาไว้ในกระทรวงใหม่ จัดทำงบปี 2563 ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน เพื่อเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา
“ทั้งหมดนี้ถือเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยระหว่างที่รอประกาศราชกิจจานุเบกษาจัดตั้งกระทรวงอุดมฯ อย่างเป็นทางการ ถือเป็นช่วงเวลาทองในการเตรียมความพร้อม จะได้ไม่เกิดช่องว่าง เมื่อเกิดกระทรวงใหม่ก็สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง ดังนั้น ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 3 ชุด ดังนี้ ชุดแรก จัดทำโครงสร้าง อัตรากำลัง กำหนดบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ ตามกฎหมาย โดยมีผมเป็นประธาน เบื้องต้น หน่วยงานอิสระด้านงานวิจัยต่างๆ จะให้มีสถานะเป็นองค์การมหาชนเช่นเดิม แต่จะมีการทำงานให้เชื่อมกับกระทรวง อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการ ชุดที่ 2 ทำหน้าที่ดูแลการโอนภารกิจ หน้าที่ ทรัพย์สิน จัดทำงบประมาณ ทั้งรวมงบปี 2562 และจัดทำงบปี 2563 มีนางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธาน และชุดที่ 3 ซึ่งเป็นชุดที่มีความสำคัญ ทำหน้าที่ออกแบบระบบการทำงานในเชิงบูรณาการของทั้งกระทรวง ที่สำคัญทำหน้าที่ออกแบบฐานข้อมูล มีนายศักรินทร์ ภูมิรัตน อดีตอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เป็นประธาน” นพ.อุดมกล่าว
นพ.อุดมกล่าวต่อว่า จากนี้คณะกรรมการที่เหลือจะต้องเลือกว่าจะเข้าร่วมทำงานกับชุดใด โดยเปิดกว้างให้ดึงผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกรวมเป็นกรรมการได้ ส่วนการแต่งตั้งรัฐมนตรีรักษาการนั้น หากประกาศราชกิจจานุเบกษาตามเวลา 90 วัน หรือภายในเดือน มิถุนายน ซึ่งคาดว่าจะได้รัฐบาลใหม่แล้ว ก็ต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่ในการแต่งตั้งรัฐมนตรีตัวจริง เพื่อให้รัฐมนตรีแต่งตั้งปลัด แต่หากประกาศราชกิจจานุเบกษาก่อนได้รัฐบาลใหม่ ก็อาจจำเป็นต้องตั้งรัฐมนตรีรักษาการ เพราะอย่างน้อยให้เข้ามาทำหน้าที่วางโครงสร้างต่างๆ ของกระทรวงให้เรียบร้อย

