‘หมอธี’ เผยปมครูพละถูกร้องอนาจาร น.ร.หญิง ต้องจัดการเด็ดขาด ด้าน ‘สพฐ.’ เล็งตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรง

19.03.19 | 15:58 น.

‘หมอธี’ เผยปมครูพละถูกร้องอนาจาร น.ร.หญิง ต้องจัดการเด็ดขาด ด้าน’สพฐ.’เล็งตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยกรณีมีการแชร์ข้อความและภาพครูพลศึกษาชาย ของโรงเรียนสตรีชื่อดัง แห่งหนึ่งในกทม. มีพฤติกรรมอนาจารนักเรียนหญิงหลายคน ซึ่งครูรายนี้อ้างว่ามีความขัดแย้งภายในโรงเรียน ความคืบหน้าล่าสุดนั้น ครูสอนภาษาจีนเป็นผู้กระทำความผิด และเข้ามอบตัวที่สน.บางกอกน้อย เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาพรากผู้เยาว์และข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน15 ปี โดยครูสอนจีนรายนี้ถูกไล่ออกจากโรงเรียนไปเมื่อปี 2561 นั้น ว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว แต่เรื่องลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ซึ่งถ้าคิดว่าเป็นลูกหลานของเรา ย่อมไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ที่ผ่านมามีการกำชับสถานศึกษามาตลอดให้คอยดูแล ไม่ให้เกิดเรื่องนี้ ซึ่งคนเป็นครูไม่ว่าจะเป็นครูคนไทย ครูชาวต่างชาติที่เข้ามาปฏิบัติการสอนในโรงเรียนของไทยก็ต้องมีการกำกับดูแล

“ที่ผ่านมาเรากำชับเรื่องนี้ จนไม่รู้จะกำชับยังไง ซึ่งยอมรับว่าอาจเกิดขึ้นได้ เพราะเรามีครู 4 แสนคน และยังมีครูข้างนอกอีก แต่เมื่อเกิดแล้วต้องเปิดโปงและจัดการให้เด็ดขาด อย่าให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ขณะเดียวกันต้องระมัดระวังโดยเฉพาะสิทธิเด็ก เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า การที่ครูประพฤติตน หรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เน้นย้ำตลอดว่า ถ้าครูรายใด มีพฤติกรรม หรือกระทำความผิดที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการกระทำอนาจาร หรือล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน ถือเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ซึ่งเรื่องนี้สพฐ. ได้มีการปรามมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามการควบคุม ดูแลความประพฤติของครูนั้น เป็นอำนาจของผู้อำนวยการโรงเรียนจะเป็นผู้ดูแลทั้งหมด ดังนั้น ตนจะเน้นย้ำกับผู้อำนวยการโรงเรียนว่าจะต้องสอดส่องพฤติกรรมครูที่ผิดปกติ มีการวางระบบเครือข่ายในการดูแลโรงเรียน หรือพฤติกรรมของครูที่ผิดเพี้ยนไป

“ประการสำคัญก็คือ โรงเรียนจะต้องมีการประชุมสร้างความตระหนักให้ครูมีจิตสำนึก และมีจิตวิญญาณของความเป็นครูสูง เรื่องนี้เมื่อเกิดแล้ว สพฐ.ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ สพฐ.จะเร่งรัดให้ สพม. เขต 1 กทม. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และเร่งเสนอเรื่องนี้ให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงต่อไป” นายบุญรักษ์ กล่าว

นายบุญรักษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้หากตรวจสอบพบว่ามีการกลั่นแกล้งระหว่างกันจริง ผู้ที่กลั่นแกล้งบุคคลอื่นนั้นมีความผิดอยู่แล้ว โดยผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และผิดในเรื่องของการทำลายชื่อเสียง และสร้างความแตกแยกให้กับราชการด้วยกัน ซึ่งมีระเบียบกำหนดไว้อยู่แล้วว่าจะลงโทษทางวินัยอย่างไร โดยขึ้นอยู่กับความเสียหายด้วย เช่น หากสร้างความเสียหายให้กับราชการมาก ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง และหากสร้างความเสียหายไม่มาก อาจจะถูกตั้งวินัยไม่ร้ายแรง เป็นต้น ส่วนครูที่อ้างว่าถูกกลั่นแกล้งนั้น จะดำเนินคดีอาญาและดำเนินคดีตามกฎหมายอื่นหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวครูเองว่าจะดำเนินการอย่างไร

Advertisement