‘3 หนุ่ม 3 มุม’ เยือนภารตะ โชว์นาฏศิลป์ไทยประยุกต์

27.03.19 | 15:49 น.

ผม ฐาปกรณ์ จันทร์แดง (เฟรนด์) คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ จะแบ่งปันประสบการณ์ที่ผมกับเพื่อนๆ วุฒิไกร แก้วกัญญา (บ็อบบี้) คณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว และ อนุชา เล็กประยูร (นุชา) คณะนิเทศศาสตร์ 3 นักศึกษา 3 คณะจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่มีความชอบในสิ่งเดียวกัน รวมแก๊งตะลุยแดนภารตะ โดยได้รับทุนจาก Vellor Institute of Technology ให้ร่วมแสดงนาฏศิลป์ไทยประยุกต์ ในงานเทศกาลกีฬา ศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ Riviera 2019 จัดโดย Vellore Institute of Technology (VIT) University รัฐ Tamil Nadu ที่อินเดีย

จุดเริ่มต้นความสนุก คือพวกเรา 3 คนอยู่ BU Creative Dance มีความชอบเหมือนกัน คือเรื่องการเต้น พวกเราเต้นได้ทุกรูปแบบ เต้นเพลงไทย เกาหลี ฝรั่ง ได้หมด ด้วยความสามารถที่โดดเด่น จึงเข้าตาอาจารย์ และชักชวนให้เป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่อินเดียถึง 6 วัน เมื่อบ็อบบี้บอกนุชา และผม ก็ตอบตกลงแทบจะทันที นุชาตอบตกลงเพราะไม่เคยไปอินเดีย คิดว่าต้องน่าตื่นเต้น และสนุกแน่นอน ส่วนผมคิดว่าเมื่อโอกาสมาถึง เราต้องคว้าไว้ ถ้าพลาดอาจเสียใจ

ก้าวแรกในดินแดนภารตะ รัฐทมิฬนาฑู คือรัฐที่อยู่ใต้สุดของอินเดีย ผม และเพื่อนๆ แอบคิดว่าต้องร้อนเป็นไฟเผาแน่ๆ แต่เมื่อได้สัมผัสบรรยากาศ ร้อนเหมือนเมืองไทย แต่มีลม ไม่ร้อนชื้น ไม่หนาวมาก ที่ที่เราอยู่คือหอพักในรั้วมหาวิทยาลัย บรรยากาศมองไปมองมาคิดว่าไทย ภูมิทัศน์คล้ายคลึงมหาวิทยาลัยไทย มีต้นไม้เยอะ ร่มรื่น จุดต่างที่ไม่คล้ายคือในหอพัก ไม่มีทีวีให้ได้ดูเล่น ไม่มีร้านค้าสะดวกซื้อ หรือห้างสรรพสินค้า แต่มีร้านค้าเล็กๆ ในมหาวิทยาลัย

“Sripuram Golden Temple” หนึ่งในสถานที่สุดอลังการ ประทับใจวัดทองที่อยู่กลางน้ำ เป็นอุทยานทางจิตวิญญาณที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาเล็กในเมือง Vellore วัดนี้เคลือบด้วยทองทั้งภายใน และภายนอก สวยอลังการงานสร้าง บ็อบบี้เสียดายที่เขาไม่ให้ถ่ายรูป เพราะที่นี่สวยเกินบรรยาย วินาทีแรกที่ผมเดินเข้าไป วัดนี้หอมอบอวลด้วยดอกไม้ ไม่มีควันธูปให้แสบตา สงบเงียบ น่าเลื่อมใส เต็มไปด้วยผู้คนที่พากันมากันกราบไหว้ด้วยพลังศรัทธา

Advertisement

มื้อนี้ที่ฉันรัก บ็อบบี้บอกเลยว่า ไข่เจียว และแกงกระหรี่ อร่อยมากจนต้องขอเพิ่ม 2 จาน ความพิเศษคือมีให้ทานเฉพาะตอนเช้า น้ำแกงกระหรี่หอมเครื่องเทศราดบนไข่เจียวนิ่มๆ ละมุนลิ้นเชียวล่ะคุณ สำหรับผมชอบแป้งโรตีทาเนย ต้องบอกก่อนว่าชื่ออาจเหมือนโรตีบ้านเรา แต่แป้งเขาหอมกว่า มีความหลากหลายสี และรสชาติ เนยหอมเนียน ละมุน ใครที่ชอบกินรสชาติที่ทำมาจากธรรมชาติอย่างแท้จริง ต้องลองโดน ส่วนของชอบนุชา คือขนมปังกับไข่ต้ม เพราะนุชากินเครื่องเทศไม่ได้ จึงเลี่ยงกินไข่ต้มกับขนมปังที่อร่อยมาก

สำหรับชุดการแสดงที่นำเสนอฐาปกรณ์ จันทร์แดง พวกเราช่วยกันเลือกเพลงไทยลูกทุ่งที่สนุก ที่ไม่ต้องฟังออกก็สนุก และเต้นตามได้ ที่นำมารีมิกซ์ มีความยาว 5-6 นาที จังหวะสนุกสนาน ได้เสียงกรี๊ดเสียงเชียร์จากเพื่อนๆ ต่างชาติ ล้วนปรบมือตลอดการแสดง ชุดที่เราใส่เป็นชุดคล้ายลักษณะหางเครื่องที่ดูทันสมัย และใส่ลีลาท่าเต้นที่เป็นไทยประยุกต์เข้าไปด้วย ดีใจที่ทุกคนได้ชมแล้วชอบ ซึ่งพวกเราเต็มที่

สุดท้าย สิ่งที่เราทั้ง 3 คนคิดเหมือนกัน คือบ็อบบี้บอกว่า 6 วัน เหมือน 6 ปี ประสบการณ์ครั้งแรก มาวันแรกไม่รู้สึกอะไร แค่มาทำกิจกรรม เดี๋ยวก็กลับบ้าน อยู่วันที่ 2 จนถึงวันที่ 6 ไม่อยากกลับบ้าน เหมือนอยู่มา 6 ปี แล้วมันใจหายด้วย ความสนิทกับเพื่อนต่างชาติที่มีมิตรภาพที่ดีต่อกัน ส่วนนุชากลัว ไม่กล้าคุยกับใคร คุยกันสามคน อยู่ไปอยู่มาคุยภาษาอังกฤษ ฟังออก พูดได้เฉยเลย เพื่อนที่มาแลกเปลี่ยนนิสัยดี เป็นกันเอง ไม่น่าเชื่อว่าเรามาจากคนละมุมโลก

ส่วนผมยังคิดถึงความทรงจำที่โน่น มีทั้งสุข และทุกข์ ความเป็นเพื่อนที่นี่แน่นแฟ้นด้วยมิตรภาพเพียงไม่กี่วัน ไม่เคยคิดว่าจะมีเพื่อนใหม่ที่เป็นชาวต่างชาติที่ซี้กันมาก