‘บิ๊กหนุ่ย’เชื่อได้คืนค่าหุ้น’หนองคายน่าอยู่’800ล.แน่ ชี้ ‘เกษม กลั่นยิ่ง’ บวชหนีคดีอยู่ที่สำนึก

20.05.16 | 15:40 น.

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการส่งข้อความผ่านไลน์เชิญชวนให้ ผู้นำครู ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ทุกจังหวัด อดีตกรรมการ สกสค. อดีตกรรมการคุรุสภา ผู้บริหารโรงเรียน คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา ในจังหวัดเชียงใหม่และทุกจังหวัดใน 4 ภูมิภาค ร่วมงานอุปสมบทหมู่เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ วัดหนองโค้ง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 20 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา จัดโดยสมาพันธ์ครูเชียงใหม่ ร่วมกับสหพันธ์ครูภาคเหนือ โดยมีนายเกษม กลั่นยิ่ง อดีตประธานกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ร่วมอุปสมบทด้วย ซึ่งเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจไม่เหมาะสม เพราะกำลังถูกดำเนินคดีทุจริตต่างๆ ในสกสค. ว่า ทราบเรื่องที่นายเกษม จะบวชแล้ว ส่วนตัวคงไม่เหมาะที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรมาก คนจะบวชหรือไม่อยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละคน หากนายเกษมจะบวช ก็ขออนุโมทนาบุญด้วย ส่วนเรื่องการดำเนินคดีตามกฎหมายกรณีข้อกล่าวหาการทุจริตต่างๆ ซึ่ง สกสค.ได้แจ้งความดำเนินคดีไว้ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ดุสิตนั้น ล่าสุดตนได้มอบหมายให้นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. สอบถามความคืบหน้าการดำเนินคดีไปยัง สน.ดุสิตแล้ว ได้รับแจ้งกลับมาว่า เนื่องจากเป็นคดีที่พลเรือนเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ ดังนั้น สน.ดุสิตจึงได้ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งเรื่องบวชเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่เรื่องคดีความต้องเดินหน้าต่อไป

พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้ากรณี สกสค.ซื้อหุ้นบริษัทหนองคายน่าอยู่ จำกัด ในโครงการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชน บ้านป่าตอง ต.โพนสว่าง อ.เมือง จ.หนองคาย มูลค่าประมาณ 800 ล้านบาทนั้น อยากให้คอยอีกนิด มีความคืบหน้าในทางที่ดี น่าจะได้เงินคืนอย่างสมเหตุสมผล พร้อมดอกเบี้ยด้วย แต่คงไม่สามารถบอกได้ว่าจะใช้แนวทางใด ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการฟ้องแพ่งเพื่อเรียกเงินจำนวน 2,100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี คืนจากธนาคารธนชาตให้กับ สกสค. เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการอนุมัติปิดบัญชี และเบิกถอนเงินของ สกสค.ที่ฝากไว้ไม่ถูกต้อง ซึ่งทาง สกสค.ได้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาเพื่อเรียกเงินคืนจากธนาคารธนชาตแล้วนั้น ต้องรอให้ทางอัยการสูงสุดพิจารณาก่อน ว่าจะดำเนินการฟ้องแพ่งหรือไม่ ซึ่งกรณีนี้มองว่าไม่ล่าช้า เราดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุด ซึ่งมีคดีที่อยู่ในความดูแลค่อนข้างมาก เพราะหน่วยงานภาครัฐกี่แห่งก็มุ่งส่งคดีไปให้พิจารณา ดังนั้นอยากให้ใจเย็น รอก่อน