‘สกสค.-อค.’ เร่งแก้ปัญหาบัญชีถูกอายัด 200 ล. ยัน ‘พนง. 2,000 คน’ ไม่ต้องห่วง เม.ย.นี้จ่ายเงินเดือนได้แน่นอน
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม นายวีระกุล อรัณยะนาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้า (อค.) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยกรณีที่ สกสค.และอค. ถูกกรมบังคับคดีอายัดบัญชี ตามคำพิพากษาของศาลในเรื่องการชำระหนี้ค่ากระดาษ ให้กับบริษัทซี เอ เอส เปเปอร์ จำกัด ซึ่งเป็นเงินรวมกว่า 200 ล้าน ซึ่งเป็นบัญชีที่ให้จ่ายเงินเดือนพนักงาน อาจทำให้มีผลกระทบกับการจ่ายเงินเดือนค่าจ้าพนักงาน อค.นั้น ว่า สำหรับเดือนมีนาคมนี้การจ่ายเงินเดือนพนักงาน ไม่มีปัญหา สามารถจ่ายได้ปกติ เดิมมติที่ประชุม สกสค. ที่มี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน มาช่วยชำระหนี้ค่ากระดาษและค่าพิมพ์ ประมาณ 800 กว่าล้านบาท ซึ่งทาง สกสค.ช่วยแก้ไขปัญหาค่าพิมพ์ให้แล้ว โดยยืมเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. มาใช้หนี้ให้อค. ก่อนจำนวน 660 ล้านบาท ซึ่งการช่วยครั้งนี้ อค.ต้องทำหนังสือสัญญาจ่ายเงินคืนให้ สกสค. โดยต้องเสียดอกเบี้ยที่เป็นค่าเสียโอกาสให้จำนวนร้อยละ 3
นายวีระกุล กล่าวต่อว่า ขณะนี้เหลือค่ากระดาษกว่า 200 ล้านบาท ที่บริษัทเอกชนยื่นขอให้กรมบังคับคดีอายัดบัญชีไปนั้น ตนทราบว่า ที่สกสค.ไม่ช่วยหาแหล่งเงินทุนค่ากระดาษจำนวนกว่า 200 ล้านบาท เนื่องจาก นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสกสค. ตัดสินใจให้รอการตีความว่า สกสค.เป็นหน่วยงานรัฐหรือไม่ เนื่องจากทาง สกสค.เคยพยายามขอกู้เงิน เพื่อแก้ปัญหาให้องค์การค้า แต่สุดท้ายสำนักบริหารหนี้ กระทรวงการคลัง ได้วินิจฉัยตอบกลับมาว่า สกสค.ถือเป็นหน่วยงานของรัฐ การไปกู้เงินเพิ่มต้องถือเป็นหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง หากเป็นเช่นนี้ กรมบังคับคดีจะไม่สามารถอายัดบัญชีของ สกสค.และอค.ได้ แต่อย่างไรก็ตาม แม้หากตีความได้ว่าสกสค. เป็นหน่วยงานของรัฐ กรมบังคับคดีไม่สามารถอายัดบัญชีได้
“ปัญหานี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะไม่ได้สร้างผลดีให้กับใคร หากสกสค.ทำตามมติที่ประชุมหาทางช่วย อค.ชำระค่ากระดาษและค่าพิมพ์ โดยให้อค.ทำสัญญาจ่ายหนี้และชำระเงินเป็นค่าดอกเบี้ยไปก็ได้ และเมื่อข่าวออกไปพนักงานอค. ที่มีจำนวนประมาณ 2,000 คน ต่างกังวลใจ แต่เมื่อเร็วๆนี้ ได้รับการติดต่อจาก เลขาธิการ สกสค. แล้วว่าปัญหาเงินจำนวน 200 กว่าล้านบาทนั้น ไม่ต้องกังวลทาง สกสค.จะช่วย อค.เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการจ่ายเงินเดือนพนักงานในเดือนถัดไป ทั้งนี้ผมได้ทำความเข้าใจกับพนักงานแล้วว่าไม่ต้องห่วง ปัญหานี้ทาง สกสค.และอค.จัดการได้แน่นอน” นายวีระกุล กล่าว
ด้านนายอรรถพล กล่าวว่า เดิมที่ประชุม สกสค.อนุมัติวงเงินให้ช่วย อค.จ่ายหนี้ค่าพิมพ์และค่ากระดาษจำนวน 800 กว่าล้านบาท ต่อมา สกสค.ทำเรื่องขอกู้เงิน และปรึกษากับ สบน. กระทรวงการคลัง แต่ได้รับการตอบกลับว่าไม่สามารถกู้ขอเงินได้ เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะให้ประชาชน สกสค.จึงจัดการปัญหาเฉพาะหน้าโดยการยืมเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ จำนวน 660 ล้านบาท ไว้ก่อน ส่วนหนี้ค่ากระดาษจำนวน 200 กว่าล้านบาทนั้น เป็นหนี้ที่มาจากการบังคับคดีก็ให้เดินไปตามกระบวนการไป ทั้งนี้ตนเรียกอค. เข้ามาหารือเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้แล้ว
“จากการที่บริษัทซี เอ เอส เปเปอร์ จำกัด เป็นโจทย์ยื่นฟ้อง อค.เพื่อให้ชำระเงินค่ากระดาษ จำนวน 200 กว่าล้านบาท เมื่อศาลตัดสินแล้ว กลับไม่มีการยื่นอุทธรณ์คดี ซึ่งตามปกติสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทันที ทำให้กรมบังคับคดีเข้ามาอายัดบัญชีไป ขณะนี้ผมมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปตรวจสอบดูว่า การที่ไม่อุทธรณ์คดีนั้นเกิดมาจากสาเหตุใด ทั้งนี้ผมได้รับแจ้งจาก อค.ว่าการจ่ายเงินเดือน เดือนมีนาคมนี้ไม่มีปัญหา ส่วนการจ่ายเงินเดือนพนักงานเดือนหน้า คาดว่า อค.สามารถบริหารจัดการได้ เพราะช่วงนี้จะมีเงินค่าแบบเรียนที่ร้านค้าตัวแทน ได้ทยอยจ่ายเงินให้อค. อยู่แล้ว” นายอรรถพล กล่าว
นายอรรถพล กล่าวต่อว่า เนื่องจากบัญชีที่ อค.ถูกอายัด นั้นเป็นบัญชีกระแสรายวันที่มีเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชี (OD) ตนมอบหมายให้ อค.ไปหารือกับ สบน. ว่าหนี้ของอค.เข้าข่ายเป็นหนี้สาธารณะหรือไม่ แล้วทางอค.สมควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป พร้อมมอบหมายให้ไปรวบรวมข้อมูลเพื่อขอไกล่เกลี่ยกับ บริษัทซี เอ เอส เปเปอร์ จำกัด ถึงการตกลงทยอยจ่ายหนี้สินทั้งหมด และมอบให้นิติกรไปยื่นหนังสือถืออัยการ เพื่อให้อัยการพิจารณาว่า การที่กรมบังคับคดีอายัดบัญชี สกสค.สามารถโต้แย้งคัดค้านได้หรือไม่ เพราะสกสค.อาจจะเข้าข่ายเป็นหน่วยงานรัฐ

