เมื่อวันที่ 1 เมษายน นายสนิท แย้มเกสร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดสอบคัดเลือกนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และม.4 ไปเมื่อวันที่ 30-31 มีนาคมที่ผ่านมานั้น ภาพรวมการรับสมัครเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยในส่วนของกรุงเทพฯ ไม่พบปัญหาหรือข้อร้องเรียนใด ๆ จะมีในส่วนของต่างจัดหวัด โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่ ที่มีเด็กนอกเขตพื้นที่บริการมาสมัครสอบจำนวนมาก ทำให้โรงเรียนในพื้นที่บริการ มีเด็กเข้าเรียนน้อย ส่วนนโยบายให้ม.3 ขึ้นม.4 โรงเรียนเดิมส่งผลกระทบ ต่อการรับเด็กเข้าเรียนในสถาบันอาชีวศึกษา (สอศ.) หรือไม่นั้น คิดว่าไม่กระทบ เพราะสพฐ. มีระบบแนะแนวให้เด็กได้เลือกเรียนในสาขาที่ตรงกับกับต้องการและสมรรถนะของเด็ก
นายสนิท กล่าวต่อว่า สำหรับโรงเรียนในสังกัด สพม.เขต 1 กทม. ที่มีผู้สมัครเข้าเรียนขชั้นม.1 มากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รับ 270 คน สมัคร 1,140 คน / โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล รับ 405 คน สมัคร 938 คน / โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน รับ 450 คน สมัคร 888 คน / โรงเรียนศึกษานารี รับ 450 คน สมัคร 821 คน / โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม รับ 480 คน สมัคร 818 คน / โรงเรียนโยธินบูรณะ รับ 320 คน สมัคร 782 คน / โรงเรียนสตรีวิทยา รับ 405 คน สมัคร 733 คน / โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี รับ 405 คน สมัคร 732 คน /โรงเรียนเทพศิรินทร์ รับ 315 คน สมัคร 727 คน / โรงเรียนวัดราชโอรส รับ 440 คน สมัคร 723 คน
.สำหรับโรงเรียนในสังกัด สพม.เขต 2 กทม. ที่มีผู้สมัครมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รับ 585 คน สมัคร 1,134 คน / โรงเรียนหอวัง รับ 540 คน สมัคร 1,025 คน / โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย รับ 540 คน สมัคร 970 คน / โรงเรียนสตรีวิทยา 2 รับ 621 คน สมัคร 949 คน / โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) รับ 540 คน สมัคร 923 คน / โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี 2) รับ 440 คน สมัคร 896 คน / โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาสุวรรณภูมิ รับ 280 คน สมัคร 849 คน / โรงเรียนเศรษฐบุตรบําเพ็ญ รับ 630 คน สมัคร 845 คน / โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า รับ 450 คน สมัคร 759 คน / โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า รับ 360 คน สมัคร 744 คน
นายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) กล่าวว่า ยอมรับว่า การรับเด็กเข้าเรียนในส่วนของโรงเรียนเอกชน ปีนี้ค่อนข้างมีปัญหา โดยเฉพาะในส่วนของการรับเด็กชั้นอนุบาล 3 ขวบ ซึ่งโรงเรียนสังกัดสพฐ. เปิดรับไปก่อนหน้านั้น แม้ต่อมานพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะมีนโยบาย เซตซีโร่ให้โรงเรียนรัฐ และเอกชนทำแผนรับอนุบาล 3 ขวบใหม่ แต่ก็ไม่ทันต่อสถานการณ์ เพราะโรงเรียนสังกัดสพฐ.รับเด็กไปแล้ว ทำให้โรงเรียนเอกชนรับเด็กอนุบาล 3 ขวบเข้าเรียนได้น้อยลง ส่วนการรับเด็กชั้นม.1 นั้น ต้องรอดูว่า โรงเรียนสังกัดสพฐ. จะมีการเพิ่มหรือขยายห้องเรียนมากน้อยแค่ไหน ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ แต่ที่กระทบแน่นอน คืออนโยบายให้ม.3 ต่อม.4 โรงเรียนเดิมได้อัตโนมัติ ทำให้จำนวนเด็กเข้าเรียนอาชีวศึกษาเอกชนน้อยลง ซึ่งแต่ละสถาบันอยู่ระหว่างปรับตัว โดยเน้นสอนหลักสูตรที่เป็นความต้องการของประเทศ หรือเน้นสอนในระบบทวิภาคีมากขึ้น
“ยอมรับว่า การรับเด็กปีนี้กระทบกับสถานศึกษาสังกัดเอกชนค่อนข้างมาก โดยขณะนี้มีโรงเรียนเอกชน หลายแห่งเตรียมประกาศขายกิจการ เฉพาะที่ประกาศผ่านผมเอง มีประมาณ 20 กว่าโรงเรียน ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนเอกชนประจำตำบล หรืออำเภอ ซึ่งสู้นโยบายการรับเด็กของสพฐ.ไม่ไหว ขณะที่อัตราการเกิดของเด็กลดลง ยังไม่รวมข้อมูลที่มาขอปิดกิจการกับทาง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) โดยตรง ทั้งนี้ทางส.ปส.กช. กับสช. พยายามทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาให้โรงเรียนสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ”นายศุภเสฏฐ์ กล่าว

