ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ผู้อำนวยการสถาบัน DPU X มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) และนายกสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายองค์กร ทั้งภาครัฐ และเอกชน เริ่มตื่นตัวกันมากในการนำเทคโนโลยี BlockChain มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการจัดการข้อมูล โดยเฉพาะภายในระยะเวลาอีก 5 ปีนับจากนี้ จะเห็นคุณค่าของ BlockChain เพิ่มมากขึ้น เหมือนกับในอดีตที่เริ่มมีอินเตอร์เน็ต ทุกคนมองคุณค่าของอินเตอร์เน็ตไม่ออก ต่อมาเมื่อมีคนเริ่มสร้างแอพพลิเคชั่นต่างๆ มีการส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกคนเริ่มเห็นพลังของอินเตอร์เน็ต วันนี้ผู้คนอยู่บนโลกของดิจิทัลกันมากขึ้น ซึ่ง Block Chain จะทำหน้าที่ส่งผ่านมากกว่าเพียงข้อมูล แต่ส่งคุณค่าไปด้วย จะทำให้เกิดฝาแฝดของสิ่งต่างๆ ในโลกดิจิทัล ช่วยให้การปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันบนโลกดิจิทัลมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากขึ้น รวมถึง ปลอดภัยมากขึ้น
“ทั้งนี้ มูลค่าการลงทุนในเทคโนโลยี BlockChain มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสถาบันการเงินที่แสดงความสนใจ ทั้งด้านการวิจัยพัฒนาระบบ และการร่วมลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพต่างๆ เนื่องจากธุรกรรมต่างๆ ที่ต้องใช้ตัวกลาง จะได้รับผลกระทบค่อนข้างชัดเจนหลังเทคโนโลยี Block Chain เข้ามาจัดการการแลกเปลี่ยนต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น จากการสำรวจของ World Economic Forum (WEF) คาดว่าภาครัฐของประเทศต่างๆ จะนำร่องประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้ภายในปี 2023 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า และจะใช้อย่างแพร่หลายภายในปี 2027 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า” ดร.พณชิต กล่าว
ดร.พณชิตกล่าวอีกว่า ดังนั้น การเตรียมพร้อมรับมือกับเทคโนโลยี BlockChain จึงเป็นเรื่องสำคัญมากขององค์กรต่างๆ หลายองค์กรเริ่มมองเห็นคุณค่าของ BlockChain ที่เข้ามาช่วยจัดการข้อมูล จึงตื่นตัว และเริ่มนำ Block chain มาใช้เพิ่มขึ้น นับเป็นสัญญาณที่ดีให้กับวงการ Developer เพราะผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจการทำงานบนระบบ Decentralized จะมองเห็นภาพ และพัฒนาแอพพลิเคชั่นในอนาคตได้ เนื่องจากโครงสร้าง และสถาปัตยกรรมจะเปลี่ยนไปเป็นแบบ Decentralized ด้วย Blockchain เช่น แนวคิด World Computer ของ Ethereum
“ล่าสุด DPU X ร่วมกับ Smart Contract Thailand พร้อมวิทยากรรับเชิญจาก KBTG ได้จัดหลักสูตร “Geeks on The Block (Chain)” หรือ Block Chain Camp for Developers batch 1 ครั้งแรกของไทย เน้นการพัฒนาเชิง Technical ด้าน Block Chain ที่เข้มข้นที่สุด มี ดร.ภูมิ ภูมิรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Block Chain และด้านการออกแบบการรักษาความปลอดภัยในโลกโซเชียล รวมถึง ทีม Smart Contract Thailand และทีม KBTG มาร่วมออกแบบ และดูแลหลักสูตร ผู้เข้าอบรมจะได้ลงมือเขียนโค้ดจากโจทย์จริง มีโอกาสฝึกคิดค้น แก้ปัญหาให้ตรงจุด และเพื่อสร้างประสบการณ์อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ หลักสูตรยังจัด Public Code Review เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เข้าอบรม วิทยากร Commentator ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรภาครัฐ และเอกชน รวมถึง Developer คนอื่นๆ ที่สนใจ ทั้งนี้ DPUX เตรียมเปิดอบรมเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ดูรายละเอียด http://dpux.dpu.ac.th/geeksontheblock/register/batch1″ ดร.พณชิต กล่าว

