เมื่อวันที่ 21 เมษายน ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่เทศบาลนครภูเก็ต และโรงเรียนในสังกัดทั้ง 7 แห่งได้ใช้งานระบบ Q-Info ในการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศทั้งระบบการศึกษาในเทศบาลนครภูเก็ต โดยปีการศึกษา 2561 ที่ผ่านมา มีบุคลากรครู 658 คน นักเรียน 9,668 คน ใช้ระบบ Q-info ในการจัดการศึกษาและติดตามข้อมูลการเรียนการสอนที่เปิดสอนทั้งสิ้น 2,729 วิชาตลอดปีการศึกษา ซึ่งเป็นข้อมูลจำนวนมหาศาล โดยที่ปัจจุบันเทศบาลนครภูเก็ตใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทันสมัยในการบริหารจัดเก็บในรูปแบบข้อมูลดิจิตอลอย่างครบวงจร
ดร.ไกรยส กล่าวต่อว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลากว่า 4 ปี พบว่าระบบ Q-info ยังคงช่วยสนับสนุนการทำงานของครูในการลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มคุณภาพการศึกษาของผู้เรียนในสถานศึกษาสังกัดเทศบาลนครภูเก็ตได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น สามารถแก้ปัญหาผู้เรียนเป็นรายคน อัตราการเข้าเรียนของนักเรียนเพิ่มขึ้นทุกโรงเรียน ทั้งในระดับประถมและมัธยมศึกษา
“สถานศึกษาทั้ง 7 แห่งมีค่าเฉลี่ยจำนวนนักเรียนติด 0 สะสมเกิน 3 วิชาใน 1 ปีการศึกษา ลดลงมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ภายในระยะเวลา 4 ปี ที่ใช้งานระบบ Q-info ในขณะที่จำนวนนักเรียนที่มีเกรดเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.5 ของทั้ง 7 สถานศึกษามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 4 ปีการศึกษา รวมทั้งแนวโน้มการออกจากระบบการศึกษาของทั้ง 7 โรงเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้เป็นบทพิสูจน์ว่า พลังข้อมูล และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสิ่งที่ กสศ.ให้ความสำคัญในการวิจัยพัฒนานวัตกรรมเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนครูและผู้บริหารสถานศึกษาทำให้ความเสมอภาคทางการศึกษาเกิดขึ้นได้ในทุกโรงเรียน และระบบที่ออกแบบขึ้นทำให้ท้องถิ่นสามารถใช้ข้อมูลวางแผนและแก้ปัญหาการศึกษาได้อย่างเป็นระบบ“ รองผู้จัดการ กสศ.กล่าว
ด้าน นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า ระบบที่นำมาใช้ส่งผลให้เป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะเรื่อง การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา ยกระดับคุณภาพการศึกษา และเพิ่มประสิทธิภาพการศึกษา ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยให้บริหารจัดการศึกษา ลดเวลาการทำงานของครูด้านเอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ อย่างไรก็ตาม เป้าหมายต่อไปของระบบที่เรานำมาใช้คือ แก้ปัญหาเด็กจบการศึกษาแต่ไม่มีงานทำ ซึ่งเชื่อว่าระบบนี้จะทำให้ได้ข้อมูลที่ช่วยให้เด็กมีงาน สอดคล้องกับประเภทงานตามบริบทความเป็นเมืองภูเก็ตได้ในอนาคต
ทั้งนี้ เทศบาลนครภูเก็ตได้จัดให้มีการประชุม “พิมพ์เขียวการศึกษา” Phuket Education Blueprint ขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงปิดเทอมใหญ่ เม.ย. เพื่อให้ผู้บริหารเทศบาล และสถานศึกษาในสังกัดนำเอาข้อมูลผลการจัดการศึกษาทุกด้านจากระบบ Q-info มาใช้ประเมินผลและวางแผนการศึกษาในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถติดตามผลลัพธ์ว่ามีการพัฒนาที่เพิ่มขึ้นเหมือนที่วางเป้าหมายไว้หรือไม่ รวมถึงเห็นว่า โรงเรียนแต่ละแห่ง มีจุดอ่อนจุดแข็งอะไรบ้าง และต่อยอดไปสู่การทำแผนการพัฒนาโรงเรียนได้อย่างมีทิศทางที่ชัดเจน โดยมีประชาคมภูเก็ตจากทุกภาคส่วนมาร่วมในกระบวนการ

