ผุดแผนแม่บท ‘อังกฤษ-ดิจิทัล’ รองรับ ‘แผนยุทธศาสตร์ชาติ’
เมื่อวันที่ 25 เมษายน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้กำหนดให้มีแผนยุทธศาสตร์ชาติไว้ชัดเจน แต่เป็นแผนอย่างกว้างๆ ไม่มีแผนแม่บท แผนระดับกระทรวง หรือแผนปฏิบัติงาน รองรับ ตนจึงหารือกับนายอำนาจ วิชยานุวัติ รองปลัด ศธ. และนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) โดยมอบหมายให้จัดทำแผนแม่บทปฏิบัติงานของกระทรวง 2 เรื่องคือ การเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับภูมิภาค และแผนดิจิทัลของกระทรวง นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาในภูมิภาค เพื่อกำหนดทิศทาง และวิธีการดำเนินการ
“คาดว่าจะประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ต้นเดือนพฤษภาคม โดยหารือ 2 เรื่องนี้เป็นหลัก โดยจะปลดล็อคให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่น เรื่อง ดิจิทัล ที่ผ่านมาแต่ละองค์กรหลักมีศูนย์ดิจิทัลเป็นของตนเอง แต่ไม่สามารถตั้งรวมเป็นศูนย์เดียวกันได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ แต่คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ มีอำนาจรวบรวมตั้งศูนย์ดิจิทัลของกระทรวงได้ เป็นต้น” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว
นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า ส่วนข้อมูลที่ธนาคารโลก ประจำประเทศไทย เอเชียตะวันออก และแปซิฟิก (The World Bank) ในฐานะที่ปรึกษาโครงการเพื่อดำเนินโครงการทบทวนรายจ่ายด้านการศึกษา ได้สรุปผลการศึกษาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของการศึกษาขั้นพื้นฐาน และลดการสิ้นเปลืองของงบประมาณ โดยใช้ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พบว่ารายจ่ายด้านการศึกษาไทยมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่ผลประเมินระดับชาติต่ำอย่างต่อเนื่อง นักเรียนขาดทักษะการอ่าน คิด วิเคราะห์ โรงเรียนหรือห้องเรียนขนาดเล็กคุณภาพถดถอยนั้น ข้อสรุปพวกนี้เป็นข้อมูลเก่า ตนอยากบอกว่าข้อมูลเหล่านี้ผิด เพราะผลประเมินระดับชาติที่ผ่านมาของนักเรียนสูงขึ้น แต่มีส่วนที่ถูก เช่น ความไม่มีประสิทธิภาพ เพราะใช้งบประมาณมากเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ ผลการประเมินนั้นลดลง เพราะหายไปกับโรงเรียนขนาดเล็ก มีปัญหาเรื่องการใช้ทรัพยากรที่ไม่คุ้มค่า เป็นต้น
“แต่ศธ. พยายามแก้ไขปัญหานี้มานาน ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาจะทำได้ถ้าทุกฝ่ายร่วมกันพัฒนาการศึกษาอย่างจริงจัง ต้องสร้างความรู้สึกให้ประชาชน และครูต้องการพัฒนาการศึกษา ส่วนเรื่องโรงเรียนขนาดเล็กที่ควรควบรวมนั้น ต้องขึ้นอยู่กับความเห็นของคนในพื้นที่ด้วย จะตัดเสื้อตัวเดียวกันแล้วแก้ปัญหาไม่ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชนทุกภาคส่วน ค่อยๆ พัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้น” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

