เมื่อวันที่ 30 เมษายน นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กอปศ.ว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.ก.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว รอรัฐบาลเสนอขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะจะทำให้เกิดคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ที่จะดูแลการศึกษาในภาพรวมทั้งประเทศ โดยคณะกรรมการชุดนี้จะมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จะต้องปรับบทบาทหน้าที่ไปเป็นสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ โดยขณะนี้ สกศ.อยู่ระหว่างพิจารณาปรับโครงสร้างภายในเพื่อรองรับบทบาทใหม่ โดยต่อไปสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายฯ จะต้องไม่ยึดติดกับระบบราชการเหมือนที่ผ่านมา แต่จะต้องมีความคล่องตัวและมีความเข้มแข็งในเรื่องระบบข้อมูลเพื่อนำไปสู่การจัดทำนโยบายทางการศึกษาที่เหมาะสม รวมถึงจะต้องมีการปรับแผนการศึกษาแห่งชาติให้สอดรับกับร่าง พ.ร.ก.การศึกษาฯ ด้วย ทั้งนี้ ในช่วง 2 เดือนแรกหลัง พ.ร.ก.การศึกษาฯ ประกาศใช้ กอปศ.จะทำหน้าที่คณะกรรมการนโยบายฯ ชั่วคราวไปพลางก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ร่าง พ.ร.ก.การศึกษาฯ ฉบับใหม่นี้ได้มีการทบทวนหรือปรับข้อกังวลของกลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ทักท้วงหรือไม่ นพ.จรัสกล่าวว่า ไม่ได้มีการปรับ เพราะหลายเรื่องได้ถูกปรับไปจากสิ่งที่ กอปศ.เสนอไปแล้ว แต่ยังคงหลักการและความจำเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูปการศึกษา ให้ความสำคัญ และคืนศรัทธาและยกย่องครูอย่างแท้จริง ไม่ใช่ครูเป็นลูกน้องผู้บริหาร เป็นการเปลี่ยนจากระบบบริหารไปเป็น ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ซึ่งหัวใจสำคัญคือโรงเรียน ไม่ใช่ระบบบริหาร ที่เหมือนกับการบริหารธุรกิจ แต่ต้องเป็นเรื่องของความรับผิดชอบโรงเรียน ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพของนักเรียน ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นสอดคล้องกับ กอปศ.ว่าต้องใช้คำว่าครูใหญ่ ที่มีความหมายใหญ่มากกว่าผู้อำนวยการโรงเรียนและมีความสำคัญจริงต่อประสิทธิผลทางการเรียนของเด็ก
“ต้องถือว่ารัฐบาลนี้มีความกล้าหาญมาก ที่จะปฏิรูปการศึกษาให้ประสบความสำเร็จ เพราะมีเสียงคัดค้านแต่ก็ผ่านมาได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ออกมาค้านเป็นการค้านในสิ่งสมมุติ แต่สิ่งที่ กอปศ.เสนอและทำคือของจริง กฎหมายนี้เปลี่ยนวิธีคิด หลักคิด ค่านิยม ว่าการศึกษาไม่ใช่ดีขึ้นเพราะการบริหาร แต่การศึกษาดีขึ้นด้วยครู” นพ.จรัสกล่าว

