‘สพฐ.’ ชี้เลิกบัญชีสำรอง เป็นอำนาจ ‘ร.ร.สวนกุหลาบฯ’ ผู้ปกครองจี้ตรวจ น.ร.อ้างสิทธิ พท.บริการ ร.ร.สามเสนฯ
เมื่อวันที่ 30 เมษายน นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยกรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา เพิกถอนคำสั่งโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรณีปฏิเสธการรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนต่อชั้น ม.1 ปีการศึกษา 2562 ประเภทเขตพื้นที่บริการ โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่มีคำสั่งดังกล่าว จำนวน 10 ราย และยกฟ้อง 1 รายเนื่องจากไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่บริการนั้น ว่า ถือว่าคำสั่งของของคณะกรรมการตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิ เพื่อการสมัครเป็นนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ เป็นการใช้คำสั่งที่ไม่มีอำนาจ เพราะผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกคำสั่ง ไม่ได้ออกคำสั่งตามอำนาจหน้าที่
นายบุญรักษ์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ สพฐ.จะไม่เข้าไปก้าวก่ายสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร (สพม.เขต 1 กทม.) และคณะกรรมการรับนักเรียนของโรงเรียนสวนกุหลาบฯ แต่สพฐ. ให้หลักคิดว่ารัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าเป็นสิทธิของคนไทยที่จะต้องได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ สพฐ.หรือโรงเรียนจะไม่เป็นคู่คดีกับประชาชนหรือนักเรียน แต่โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ความต้องการที่จะเข้าเรียนมีมาก จึงต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและเป็นธรรม
นายบุญรักษ์กล่าวต่อว่า ศาลปกครองตัดสินอย่างไร สพฐ.ยินดีปฏิบัติตาม นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้สำนักนโยบายและแผน ไปรวบรวมสิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2562 ว่ามีอะไรขัดข้องที่ สพฐ.ต้องแก้ไข รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นผู้ปกครองว่าเกณฑ์รับนักเรียนควรปรับปรุงอะไรบ้าง เพื่อเตรียมการรับนักเรียนในปีการศึกษา 2563 ส่วนประเด็นที่เป็นปัญหา เช่น นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ไม่สามารถเลื่อนขึ้น ป.1 โรงเรียนเดิมได้ เพราะโรงเรียนมีที่นั่งไม่เพียงพอ หรือที่ผู้ปกครองร้องเรียน สพฐ.ว่าโรงเรียนแห่งหนึ่งในปริมณฑล มีจำนวนนักเรียน ม.3 มากกว่าที่นั่ง ม.4 โรงเรียนจึงเอาออก 100 กว่าคน สพฐ.ได้แจ้งให้โรงเรียนแก้ไข ซึ่งโรงเรียนได้ขออนุมัติคณะกรรมการรับนักเรียนระดับจังหวัด ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เพิ่มจำนวนนักเรียนห้องละ 5 คน และขยายห้องเรียนเพิ่มอีก 2 ห้อง เป็นต้น
“ส่วนการร้องเรียนแป๊ะเจี๊ยะ ไม่มี แต่มีประเด็นที่ค้างอยู่ คือโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยที่มีผู้ปกครองที่นักเรียนอยู่ในเขตพื้นที่บริการ แต่สอบติดบัญชีสำรอง มาร้องเรียนขอให้ตรวจสอบนักเรียนในเขตพื้นที่บริการที่สอบผ่านใหม่ ว่าเป็นนักเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการจริงหรือไม่ ขณะนี้ สพฐ.อยู่ระหว่างตรวจสอบ หากพบว่ามีนักเรียนสอบผ่าน แต่ไม่อยู่ในเขตพื้นที่บริการ แต่จำนวนผู้มีสิทธิในเขตพื้นที่บริการยังไม่เต็มโควต้า 60% นักเรียนเหล่านี้ต้องได้สิทธิเข้าเรียน ซึ่งการดำเนินการใดๆ ต้องยึดคำพิพากษาศาลกรณีของโรงเรียนสวนกุหลาบฯ เป็นหลัก และต้องให้ความเป็นธรรมและไม่ลิดรอนสิทธินักเรียน” นายบุญรักษ์กล่าว และว่า ส่วนกรณีผู้ปกครองนักเรียนที่ติดบัญชีสำรองการสอบทั่วไปของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย 2-3 ราย ซึ่งอ้างว่าอยู่ในเขตพื้นที่บริการ แต่ถูกตัดสิทธิทำให้ต้องสอบในกลุ่มทั่วไป แต่ไม่ได้ยื่นฟ้องศาลนั้น เป็นอำนาจของคณะกรรมการรับนักเรียนของโรงเรียนสวนกุหลาบฯ พิจารณาว่าจะรับนักเรียนเข้าเรียนหรือไม่
“ส่วนที่ สพม.เขต 1 กทม. หารือว่าสามารถยกเลิกบัญชีสำรองโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงเพื่อให้โรงเรียนบริหารจัดการเองได้นั้น เมื่อแนวปฏิบัติออกมา ต้องปฏิบัติตามนั้น การเรียกบัญชีสำรองขึ้นอยู่กับแต่ละโรงเรียนจะกำหนดว่าจะหยุดเรียกรับช่วงไหน และต่อไปนี้การปฏิบัติต้องมีความชัดเจน และรอบคอบมากขึ้น” นายบุญรักษ์กล่าว

