สถาบันเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการและบุคลากรแห่งอนาคต หรือ DPU X มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) ได้จัดกิจกรรม “จัดให้แซ่ด DPU X Startup SUMMER CAMP” เพื่อสนับสนุนให้น้องๆ ชั้นมัธยมศึกษา ที่สนใจปูพื้นฐานด้านธุรกิจเข้าร่วมรับฟังแนวคิด พร้อมฝึกตีโจทย์ วางแผนกลยุทธ์การสร้างธุรกิจ และการเป็นสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จในตลาดยุคดิจิทัล
กิจกรรมครั้งนี้เน้นเวิร์กช็อป การลงมือปฏิบัติจากโจทย์ธุรกิจที่ได้รับในหัวข้อ อาหารแห่งโลกอนาคต หรือ Food For The Future พร้อมฟังประสบการณ์ตรงจากนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จจากตลาดออนไลน์ เจ้าของสินค้าหลากหลายแบรนด์ ก่อนที่น้องๆ จะลงสนาม Mini Pitching ในเวทีการแข่งขันนำเสนอไอเดียธุรกิจ โดยทีมที่ชนะเลิศจะได้รับรางวัลเป็นทุนการศึกษาตลอดหลักสูตรปริญญาตรี รวมมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท

ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายภาคีสัมพันธ์ มธบ.แจกแจงว่า DPU X Startup SUMMER CAMP จัดขึ้น 2 วัน ทางทีมงานได้จัดกูรูมาให้ความรู้ โดยวันแรกประเดิมด้วยนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากตลาดออนไลน์เป็นระดับต้นๆ อย่างอย่าง รัสรินทร์ ธนะชัยวัฒนะโภคิน หรือ แคทตี้ เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า Flat2112, Babykissthailand แผ่นน้ำหอมสำหรับใช้ในรถยนต์ยี่ห้อ TED A CAR และอีกหลายธุรกิจ มาถ่ายทอดเคล็ดลับวิชาการทำตลาดออนไลน์อย่างไร ให้ประสบความสำเร็จ และช่วงบ่ายวันแรก เด็กๆ จะได้ลงมือทำอาหารที่ Chef Lab และคิดค้นคอนเซ็ปต์รูปแบบการนำเสนอไอเดีย ให้สอดคล้องกับโจทย์ในหัวข้อ Food For the Future ที่ได้เรียนกับอาจารย์จากหลักสูตรการประกอบอาหารเพื่อสุขภาพ (CIM DPU)
มหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมนี้ เพื่อให้น้องๆ ได้ใช้เวลาว่างในช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์ และเพื่อกระตุ้นเด็กรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญในสตาร์ทอัพ ซึ่งมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับเรื่องของสตาร์ทอัพ ได้ปรับหลักสูตรโดยสอดแทรกเรื่องของการเป็นเถ้าแก่ไว้ในทุกหลักสูตร เพราะมองเห็นถึงแนวทางในอนาคตว่านักศึกษาที่เรียนจบไป จะไปทำธุรกิจส่วนตัว หรือออกไปเป็นพนังงานบริษัท ก็นำเรื่องจิตวิญญาณการเป็นเถ้าแก่ไปใช้จนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้ และเชื่อว่าเจ้าของกิจการเอง ก็คงอยากจะได้พนักงานที่มีแนวคิดความเป็นเถ้าแก่มาใช้ในการทำงานด้วย เพราะพนักงานจะทำงานด้วยความใส่ใจ และตั้งใจ เหมือนตนเองเป็นเจ้าของกิจการเอง
ดร.พัทธนันท์กล่าวอีกว่า สำหรับปี 2562 ได้เลือกหัวข้ออาหารแห่งโลกอนาคต เพราะมองว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว ทุกคนต้องกิน และการทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร ต้องรู้แนวโน้มเทรนด์ของอาหารในโลกอนาคต ถ้าปรับตัว และรู้เทรนด์ได้ก่อน คนอื่นจะได้เปรียบ โดยความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรม น้องๆ นำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ นอกจากนี้ ในวันที่ 2 ของกิจกรรม น้องๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจในเชิงลึกมากขึ้นจากอาจารย์จากวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) ในแง่ของการมองโอกาสทางธุรกิจผ่านปัญหาของกลุ่มลูกค้า การแก้ปัญหาให้ลูกค้า รวมถึง การหากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งเป็นพื้นฐานหลักๆ ในการเริ่มต้นธุรกิจ รวมถึง เวิร์กช็อปการสร้างแบรนด์ และเพิ่มมูลค่าให้สินค้า หรือบริการ ด้วยทักษะแห่งการออกแบบที่มาสอนโดยอาจารย์จากคณะศิลปกรรมโดยตรง น้องๆ จะได้นำเสนอไอเดียสุดครีเอท โดยการลงมือขีดเขียนผ่านโปรแกรม Good Note ในไอแพด
สำหรับทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันจาก Mini Pitching รับเงินทุนการศึกษา 10,000 บาท พร้อมทุนศึกษาต่อระดับปริญญาตรีฟรีตลอดหลักสูตรที่ มธบ.ได้แก่ นักเรียนชั้น ม.5 ทีม “อะจ๊วง” จากโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยา จ.ปทุมธานี ประกอบด้วย นายพีระ เพิ่มพูน (พี) น.ส.พรปวีณ์ ปิติทิพยพัฒน์ (แอมเวย์) และ นายชยานันท์ พิลึก (นิว) ร่วมกันเสนอไอเดียกล่องพิซซ่าลดโลกร้อน

พีระ ตัวแทนทีมอะจ๊วง กล่าวว่า ที่เลือกทำกล่องพิซซ่าลดโลกร้อน ภายใต้แบรนด์ NAP BOX ปัญหาของลูกค้าคือกล่องเก็บความร้อนไม่ได้นาน จึงคิดทำสินค้าเพื่อตอบโจทย์แก้ไขปัญหานี้ให้กับลูกค้า อีกอย่างการเป็นสตาร์ทอัพ ทุนมีไม่มาก จึงตั้งเป้าหมายแค่กลุ่มลูกค้าร้านขายพิซซ่ากลุ่มเดียวก่อน ค่อยขยายฐานลูกค้าในภายหลังได้ โดยช่วงแรกคิดสารพัดสินค้าวนอยู่แต่กับอาหาร พออาจารย์ให้คำแนะนำว่าสินค้าไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารก็ได้ เป็นแพกเกจจิ้งที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารก็ได้ เลยสรุปออกมาเป็นโปรดักส์ตัวนี้ ตัวกล่องจะประกอบด้วย กระดาษ และฟอยท์เก็บความร้อน ที่นำมาเรียง 3 ชั้น เพื่อเก็บความร้อน และยังช่วยลดโลกร้อน โดยกล่องนำมารีไซเคิลได้ ให้ลูกค้าส่งคืนกลับมา เน้นการรักษาสภาพแวดล้อม ถือเป็นโปรดักส์รักษ์โลก
“สิ่งที่เราคิดจะได้ประโยชน์ถึง 3 ฝ่ายด้วยกัน คือ สร้างจิตสำนึกร่วมรักษ์โลกให้กับผู้บริโภคของแบรนด์ที่เราเป็นซัพพลายเออร์ให้ ตัวลูกค้าของเราเอง ก็มีภาพของสินค้าที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และตัวของเราเองด้วย เมื่อตัวสินค้าขายดีขึ้น เราจะได้ยอดขายเพิ่มตามไปด้วย เป็นการช่วยขยายฐานผู้บริโภคที่ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมให้กับลูกค้าของเราด้วย ซึ่งจะช่วยให้เราเติบโตไปพร้อมๆ กันได้ และการนำกล่องมารีไซเคิลกลับมาใช้ซ้ำ นอกจากช่วยลดโลกร้อนแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนด้วย สินค้าจะมีราคาไม่แพง และขายได้ปริมาณมากขึ้น” พีระ กล่าว
น.ส.ศศิภา อธิสินจงกล อาจารย์ CIBA หลักสูตรนานาชาติ หนึ่งในทีมพี่เลี้ยง กล่าวว่า ทีมนี้มีจุดเด่น คือมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้า และยังมองเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย เช่น เรื่องของขยะ และไม่ใช่คิดแค่จะสร้างเงินให้กับธุรกิจตัวเองอย่างไร แต่ยังคิดช่วยไปถึงธุรกิจของลูกค้าให้มี Brand Value ที่สูงขึ้นด้วย ทีมนี้ไม่ใช่แค่ทำให้ตัวเองมีรายได้ แต่ยังทำให้ลูกค้ามีภาพลักษณ์ที่ดี และส่งผลสังคมดีขึ้นด้วย
น้องๆ คนไหนสนใจกิจกรรมดีๆ ติดตามได้ในเฟซบุ๊กแฟนเพจ @dpuxyourfuture หรือ website : [email protected]




