เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) 9 ฉบับ จากทั้งหมด 10 ฉบับ ซึ่งถือว่า อว.ได้เริ่มต้นขึ้น วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 นั้นในส่วนของ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ที่ยุติบทบาทไปแล้วนั้น การทำงานใน ระบบงานสารบรรณให้ สำนักงานปลัด วท.เดิม และ สกอ. รับเรื่องตามปกติ แต่กำหนดให้ใช้ระบบเดียวกันซึ่งจะขึ้นต้นด้วย “อว” สารบรรณจะกำหนดเลขเอกสาร สำหรับหน่วยงานระดับกรม รวมทั้งมหาวิทยาลัย องค์การมหาชน โดยอาจจะวงเล็บระบบเดิมไว้ก่อน ยกเว้นผู้บริหารสูงสุด ที่จะไม่มีการเซ็นเอกสารใด เพราะต้องรอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่งตั้งรักษาการรัฐมนตรีว่าการอว.ในวันที่ 7 พฤษภาคม และคิดว่าระหว่างนี้คงยังไม่มีเรื่องเร่งด่วนใดเข้ามาให้พิจารณา ส่วนตำแหน่งรักษาการปลัด อว.นั้นขณะนี้ ถือว่า นพ.สรนิต ศิลธรรม อดีตปลัด วท.และนายสัมพันธ์ ฤทธิเดช อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ยังเป็นแคนดิเดตทั้งคู่แม้นายสัมพันธ์ จะเคยออกมาระบุว่า ไม่ขอรับตำแหน่ง แต่การแต่งตั้งขึ้นอยู่กับ ครม. ซึ่งหากเลือกใครรับตำแหน่งรักษาการปลัด อว.ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จะต้องหารือ เพื่อกำหนดตำแหน่งต่อไป ในส่วนที่เหลือต่อไป
นพ.อุดมกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ บทเฉพาะกาล ในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้ง อว. ยังเขียนไว้ด้วยว่า ระหว่างนี้ให้คณะกรรมการชุดเดิมที่มีอยู่ อาทิ คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) เป็นต้น ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าจะมีการสรรหาคณะกรรมการชุดใหม่เสร็จสิ้น โดยหลังจากนี้ทาง อว. จะเร่งดำเนินการสรรหาคณะกรรมการทั้งหมดให้เร็วที่สุด เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการทำงานต่อไปได้อย่างรวดเร็ว โดยคณะกรรมการชุดสำคัญที่ต้องเร่งสรรหา มีประมาณ 4-5 ชุดคือ กกอ. ก.พ.อ. คณะกรรมการสภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) คณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการทำงานวันแรกของ อว. ที่ สกอ. เดิมเป็นไปตามปกติ และมีเจ้าหน้าที่เตรียมเปลี่ยนป้ายชื่อ จากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เป็น อว.ขณะที่ข้าราชการบางลงมาได้ถ่ายรูปด้านหน้าคู่กับป้าย สกอ. เดิมอย่างคึกคัก นอกจากนี้ ได้มีการเริ่มต้นการใช้งานเว็บไซต์ อว. คือ www.most.go.th ซึ่งเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง ความคืบหน้าของสถานะกระทรวง หน่วยงาน ภารกิจและหลักการ รวมทั้งปฏิทินการหลอมรวมหน่วยงานจาก สกอ.และ วท.เข้าด้วยกัน และเบอร์โทรศัพท์สอบถามข้อมูล 1313 ทั้งนี้ ในข้อมูลในเว็บไซต์ระบุถึงสถานที่ตั้งกระทรวงใหม่ว่า แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ส่วนบริหาร กำหนดให้อยู่ในกรุงเทพฯ และส่วนวิจัยให้กระจายอยู่ในทุกภูมิภาค เพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานให้กับนักวิจัย ส่วนแผนการจัดหาอาคารสถานที่ในการปฏิบัติ แบ่งเป็น 2 ระยะ โดย 3 ปีแรก ให้ใช้สถานที่เดิมที่มีอยู่ ได้แก่ อาคารพระจอมเกล้า วท.เดิม และ อาคาร สกอ. 1 และ 2 ที่ สกอ.เดิม ส่วนระยะยาว ให้พิจารณาจากกรอบอัตรากำลัง ภารกิจ หน้าที่และนโยบายของกระทรวงใหม่ และการเอื้ออำนวยบุคลากรในอนาคต

