‘บิ๊กน้อย’ ฟุ้ง 4 ปีพัฒนาชายแดนใต้สำเร็จ พร้อมจัดชุมนุมลูกเสือเฉลิมพระเกียรติ ‘ในหลวง ร.10’ มิ.ย.นี้
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดนิทรรศการผลงาน “สพฐ. 4 ปี การศึกษา พัฒนาชายแดนใต้” โดยมีนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ข้าราชการ บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนให้การต้อนรับกว่า 100 คน ว่า 4 ปีที่จนมาดูแลการศึกษาพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ นับเป็นผลการขับเคลื่อนการทำงานของผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้นำศาสนา ประชาชนในพื้นที่ ที่ทำงานเชื่อมโยง บูรณาการร่วมกันจนทำให้เห็นภาพความสำเร็จ เกิดผลเชิงประจักษ์ ทั้งเรื่องคุณภาพการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียนในการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ เช่น ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) การทดสอบทางการศึกษาด้านอาชีวศึกษา (วีเน็ต) ปรากฏว่าเพิ่มขึ้นเป็นที่น่าพอใจ
พล.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า นอกจากคุณภาพการศึกษาแล้ว การพัฒนาในด้านอื่นๆ ก็ประสบผลสำเร็จ เช่น ด้านความมั่นคง มีการปลูกฝังเด็กและเยาวชน ในเรื่องการจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ความมีระเบียบวินัย การร่วมแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่น่าภูมิใจและถือว่าประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม คือ กิจกรรมชุมนุมลูกเสือจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดำเนินการมาแต่ปี 2560 ที่จังหวัดสตูล ปี 2561 จังหวัดปัตตานี และในปี 2562 จะจัดกิจกรรมชุมนุมลูกเสือ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ใน 6 ภูมิภาค 5 พื้นที่เริ่มต้นครั้งแรกระหว่างวันที่ 16-20 มิถุยาบน 2562 ที่หาดสะมิหลา จังหวัดสงขลา โดยมีประเทศอาเซียนตอบรับเข้าร่วมด้วย ถือเป็นกิจกรรมใหญ่มีผู้เข้าร่วมประมาณ 20,000 คน และไปขยายผลจัดทั่วประเทศ ภายในเดือนมิถุนายนเช่นเดียวกัน คือ ภาคเหนือจัดที่ จ.เชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดที่ จ.นครพนม ภาคกลางจัดที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และภาคตะวันออก ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จ.ชลบุรี
“ในเรื่องการสร้างโอกาสให้แก่นักเรียน ได้ดำเนินการทั้งส่งเสริมผู้มีความสามารถทางกีฬา ดนตรี อาชีพยังพบว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สัดส่วนผู้เรียนสายสามัญ สายอาชีพมีจำนวนเท่ากัน และมีแนวโน้มว่าผู้เรียนสายอาชีพในพื้นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งตรงกับความต้องการตลาดแรงงานในพื้นที่ และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลด้วย นอกจากนี้ 2-3 ปีที่ผ่านมาได้พยายามส่งเสริมให้นำประชากรวัยเรียน อายุ 3 ขวบถึง 18 ปีกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาจนถึงปัจจุบันพบว่ายังเหลืออีก 2,000-3,000 ราย คาดว่าภายในปีการศึกษา 2562 จะดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จได้” พล.อ.สุรเชษฐ์กล่าว
พล.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า จากที่ตนได้มอบหมายให้มีการทำวิจัยเพื่อประเมินด้วยว่าการพัฒนาคุณภาพการศึกษาชายแดนภาคใต้ ส่งผลต่อการพัฒนายั่งยืนตามเป้าหมายของสหประชาชาติ ที่มีทั้งสิ้น 17 เป้าหมาย โดยด้านการศึกษาเป็นเป้าหมายที่ 4 วิจัยเบื้องต้นพบว่าการทำงานส่งเสริมคุณภาพการศึกษาในปัจจุบันส่งผลต่อ 16 เป้าหมาย ให้พัฒนาไปพร้อมกันด้วย ทั้งนี้ ตนได้สั่งให้ผู้วิจัยดำเนินการสรุปรายงานเป็นทางการเพื่อนำไปเผยแพร่ และต่อยอดต่อไป

