หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา นักวิชาการชี้...

นักวิชาการชี้ เส้นทางเดินทัพ “ศึกเจ้าอนุวงศ์” ใช้มาเป็นพันปีตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์

26.05.16 | 20:56 น.
เสวนา "ตามเส้นทางทัพไทยในศึกเจ้าอนุวงศ์" โดยสโมสรศิลปวัฒนธรรม ที่มติชนอคาเดมี เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 59

เมี่อวันที่ 26 พ.ค. เวลา 13.30 น. ที่มติชนอคาเดมี “สโมสรศิลปวัฒนธรรม” จัดเสวนาหัวข้อ “ตามรอยเส้นทางเดินทัพไทย ในศึกเจ้าอนุวงศ์” มีวิทยากร ได้แก่ นายศานติ ภักดีคำ อาจารย์ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ และนายกำพล จำปาพันธ์ นักศึกษาปริญญาเอก สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ผู้เขียนหนังสือ “นาคยุดครุฑ” มีผู้สนใจเข้าร่วมคึกคัก ภายในงานมีการแจกเอกสารประกอบการเสวนา คือ นิราศทัพเวียงจันท์ โดย หม่อมเจ้าทัพ ในกรมหลวงเสนีบริรักษ์ และ ลาวแพน เพลงที่สะท้อนวิญญาณแห่งการต่อสู้ของประชาชน โดย สมชาย ปรีชาเจริญ (จิตร ภูมิศักดิ์) 

IMG_0628

พงศาวดารไร้คำ “กบฏ” เหตุ เป็น “สงครามระหว่างรัฐ”

นายกำพล กล่าวว่า หากมองในขอบเขตโลก ศึกเจ้าอนุวงศ์ สะท้อนหลายสิ่งในสังคมไทย โดยถือเป็นศึกใหญ่ยิ่งกว่าสงครามเก้าทัพ ส่งผลต่อสยามมากกว่าสงครามครั้งใดๆ เนื่องจากหลังสงครามมีการกวาดต้อนผู้คนจำนวนมากเข้ามาในสยาม ซึ่งกระจายออกไปตั้งถิ่นฐานตามเมืองโบราณแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย, ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี, เมืองพระรถ หรือพนัสนิคม จ.ชลบุรี เป็นต้น

ทั้งนี้ หากพิจารณาในเอกสารโบราณ อย่างพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ จะไม่พบคำว่า “กบฎ” อันเป็นคำที่ถูกใช้ในภายหลัง คือในยุคของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เนื่องจากเดิมเป็นเรื่องของ “สงครามระหว่างรัฐ” ซึ่งเส้นทางเดินทัพ เป็นเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ ทว่า เส้นทางดังกล่าวไม่ได้มีเฉพาะศึกสงคราม แต่เป็นเส้นทางคมนาคมที่ใช้ไปมาหาสู่กันด้วย

บรรยากาศเสวนา มีผู้เข้าร่วมคึกคัก
บรรยากาศเสวนา มีผู้เข้าร่วมคึกคัก

ศึกอนุวงศ์ ส่งผล “อีสาน” เป็นอย่างทุกวันนี้

นายศานติ กล่าวว่า เส้นทางที่จะกล่าวถึงในครั้งนี้ คือเส้นทางที่เจ้าอนุวงศ์ยกทัพลงมาแล้วสยามยกทัพตีโต้กลับ ดังนั้น บ้านเมืองสองข้างทางจึงยับเยิน อย่างไรก็ตาม หากไม่ผ่านสงครามเจ้าอนุวงศ์ อีสาน จะไม่เป็นอีสานอย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผสมปนเปของผู้คนเนื่องจากมีการกวาดต้อนไพร่ไปเวียงจันทน์ รวมถึงเมืองบางแห่งก็ถูกตั้งขึ้นหลังสงครามดังกล่าวอีกด้วย อย่าง “เมืองหนองคาย” สำหรับเส้นทางเดินทัพในครั้งนั้นเป็นเส้นทางที่ใช้คมนาคมมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์

Advertisement

“ศึกเจ้าอนุวงศ์ ไม่ใช่แค่การรบรากัน แต่จุดสำคัญคือเป็นสงครามแย่งคน เพราะตอนเสียกรุง สยามเสียคนไปมาก ดังนั้นตอนไปตีเมืองต่างๆ จึงเป็นการกวาดต้อนคนมาเป็น ไพร่บ้านพลเมือง ฝั่งเจ้าอนุวงศ์ก็เช่นกัน เมื่อเกิดศึกครั้งนี้ก็กวาดคนลาวที่อยู่ในไทยกลับเวียงจันทน์ สำหรับเส้นทางที่ใช้ในศึกนี้ เป็นเส้นทางโบราณที่ใช้ตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ สืบเนื่องถึงยุคทวารวดี นอกจากนี้ ในวรรณคดีก็มีบันทึกถึงเส้นทางนี้ไว้ในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ไม่ได้ใช้แค่ตอนสงครามมีหลักฐานเรื่องเส้นทางเดินทัพของเจ้าอนุในนิราศทัพเวียงจันทน์ ของหม่อมเจ้าทับ ในกรมหลวงเสนีบริรักษ์ เจ้าอนุวงศ์เดินทัพลงมาถึงโคราชได้โดยไม่มีใครต้าน เพราะในยุคนั้น เมืองในเส้นทางอยู่ในเขตลาว” นายศานติกล่าว

กำพล จำปาพันธ์ และศานติ ภักดีคำ
กำพล จำปาพันธ์ และศานติ ภักดีคำ

ทางเดินทัพ คือเส้นทางเดิมยุคก่อนประวัติศาสตร์

นายศานติกล่าวอีกว่า ฝั่งเจ้าอนุวงศ์ใช้เส้นทางจากเวียงจันทน์ ลงมายังบ้านพรานพร้าว เข้าสู่ช่องข้าวสาร ลงหนองหนองบัวลำภู มาผ่านภูเวียง ช่องสามหมอ ลงมาชัยภูมิ จากชัยภูมิผ่านเมืองสี่มุมเข้าโคราช ตั้งทัพที่ทุ่งทะเลหญ้า ยึดโคราชได้อย่างรวดเร็ว ด้านกองทัพจากกรุงเทพฯแผ่เป็นหลายสาย เพื่ออุดทัพเจ้าอนุวงศ์ไม่ให้ลงมากรุงเทพได้
“อีสานมีเส้นทางหลายสาย เส้นทางที่ใช้ ต้องไม่ใช่เขาสูง ต้องมีแหล่งน้ำเลี้ยงกองทัพ ซึ่งจากภาคกลางขึ้นไป จะติดขัดที่ช่องดงพญาไฟ ซึ่งคนกลัวมาก เพราะหน้าฝน เดินไม่ได้ ไข่ป่าชุกชุม เดินได้เฉพาะฤดูแล้ง จึงเป็นปัจจัยกำหนดว่า ทัพยุคนั้นจะขึ้น-ลงเส้นไหน ในประชุมจดหมายเหตุทัพเวียงจันทน์ บอกว่ามี 3 ทัพ คือ ทัพหน้า ทัพหลวง และทัพหลัง ทัพหนึ่งขึ้นที่พระพุทธบาท เดินทัพไปลำพญาไกร ไปข้ามเขาพังเหย หรือเหวตาบัว ลำพญากลาง ซึ่งคั่นภาคกลางกับอีสาน บริเวณลำสนธิ ซึ่งสมัยโบราณถือว่าดีที่สุด เพราะไข้ป่าไม่ชุกชุมเท่าดงพญาไฟ เป็นเส้นที่ใช้ตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ มีชุมชนโบราณนับพันปี เช่น แหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาว, โป่งตะขบ, ซับจำปา พอรับวัฒนธรรมเขมร ก็มีปรางค์นางผมหอม รุ่นอยุธยา เกิดเมืองต่างๆตามรายทาง เพราะสมัยก่อนอยุธยาจะไปโคราชก็ต้องใช้เส้นนี้ ไม่ไปดงพญาไฟ ข้อเสียคือ อ้อม”

นายศานติกล่าวว่า สำหรับทัพหลวงของกรมพระราชวังบวร ฯ แวะพักที่ขอนกว้าง หรือขอนหอม แล้วผ่านบ้านม่วงสองคอน จ.สระบุรี เมื่อถึงแก่งคอย ทัพหน้าไปลำน้ำป่าสัก ทัพหลวงข้ามห้วยกระบอก ผ่านทัพกวาง ลำตะคอง สูงเนิน ถึงเมืองนครราชสีมา ส่วนทัพหน้าไปขามสะแกแสง แล้ววกไปโคราช สรุปคือทั้งสามทัพไปบรรจบที่โคราช

“ทัพหลวง ตีด่านหนองบัวลำภู ทุ่งส้มป่อย ใกล้ช่องเขา ซึ่งมีทัพลาวมาต่อสู้ แต่ถูกตีแตก ไทยยกทัพเข้าเวียงจันทน์ ด้านเจ้าอนุวงศ์อพยพไปญวณ” นายศานติกล่าวพร้อมระบุว่า นอกเหนือจากประเด็นเรื่องเส้นทางเดินทัพ สิ่งสำคัญต่อกรณีศึกเจ้าอนุวงศ์คือผลกระทบของชาวบ้านที่ได้รับในช่วงเวลานั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมาก

ธัญญพัทธ์ มิตรศรัณย์ภัทร ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เดินทางมาร่วมฟังเสวนา เนื่องจากมีประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับเจ้าพระยาบดินทรเดชา ครั้งยังเป็นพระยาราชสุภาวดี
ธัญญพัทธ์ มิตรศรัณย์ภัทร ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เดินทางมาร่วมฟังเสวนา เนื่องจากมีประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับเจ้าพระยาบดินทรเดชา ครั้งยังเป็นพระยาราชสุภาวดี