ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายภาคีสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เปิดเผยว่า วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้นักศึกษาภายใต้โครงการ Capstone Project เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านผู้ประกอบการที่มุ่งเน้นให้แก้ไขโจทย์จริงจากความต้องการของภาคธุรกิจ รวมถึง ฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม บนพื้นฐานความรู้ที่แตกต่างกัน เพื่อให้เตรียมพร้อมก่อนออกสู่ตลาดแรงงานจริง เนื่องจากเป็นอีกทักษะหนึ่งที่สำคัญต่อการทำธุรกิจ และการประกอบอาชีพในโลกแห่งอนาคต โดยล่าสุด CIBA ได้จัดการแข่งขัน Final Pitching Capstone Business Project มีนักศึกษาเข้าร่วมโครงการ และคว้ารางวัลจากการแข่งขันครั้งนี้ได้ 3 ทีม ประกอบด้วย ทีม Charm Gems ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภท CREATIVE AWARD ทีม A3 รับรางวัลประเภท ADAPTIVE AWARD และทีมจัสมิน รับรางวัลประเภท INNOVATION AWARD

“แต่ละทีมได้เรียนรู้ และพัฒนาโครงงานร่วมกัน เป็นการฝึกเสมือนทำงานในองค์กรจริง สามารถสร้างนวัตกรรม ประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้แก้ปัญหาได้ ทำให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจ ทำงานร่วมกับเพื่อนต่างคณะ ได้ฝึกการบริหารความขัดแย้งที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้มหาวิทยาลัยได้พยายามปลูกฝังเข้าไปในตัวนักศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการเป็นสตาร์ทอัพยูนิเวิอร์ซิตี้” ดร.พัทธนันท์ กล่าว

น.ส.กาญจนา ช้างป่าดี ชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมฯ สาขาการตลาดยุคดิจิทัล ตัวแทนทีม Charm Gems กล่าวว่า ได้รับโจทย์เกี่ยวกับลูกปัด จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการ พบว่า ตลาดอิ่มตัว ลูกค้าแก่ขึ้นไปตามแบรนด์ และไม่มีกำลังซื้อ ขณะที่กลุ่มที่มีกำลังซื้อก็ไม่สนใจ จึงดีไซน์รูปแบบใหม่ เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งาน แทนที่จะเป็นลูกปัด ก็เปลี่ยนมาเป็นหินสี ผสมผสานความเชื่อเรื่องหินมงคล บวกกับนำหินมาร้อยเป็นสายนาฬิกา เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งาน เป็นเครื่องประดับที่ใช้ดูเวลาได้ด้วย ดีไซด์สวยงาม เป็นงานแฮนด์เมด ทำให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น มีช่องทางการจำหน่ายผ่านสื่อออนไลน์ เข้าถึงง่ายสะดวกกับลูกค้า

น.ส.นิภาพร กันยา ชั้นปีที่ 4 คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม สาขาการโรงแรม ตัวแทนทีม จัสมิน กล่าวว่า ทีมได้รับรางวัล INNOVATION AWARD จากการคิดค้นผลิตภัณฑ์ลูกประคบไฟฟ้าสมุนไพรสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก ที่จากเดิมใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ไม่ใช้ซ้ำ ตามข้อจำกัดของสมุนไพร เลยคิดค้นกันว่าถ้าใช้ลูกประคบไฟฟ้าแบบชาร์ตไฟได้ เพียงแค่เปลี่ยนจากลูกประคบเป็นแผ่นสมุนไพร จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายน้อยลง จากปกติลูกประคบใช้งานราคาอยู่ที่ 180-200 บาทต่อลูกต่อการใช้งาน 1 ครั้ง แต่เปลี่ยนมาเป็นแผ่นสมุนไพรตามประเภท และชนิดสมุนไพร ช่วยทำให้ต้นทุนมาอยู่ที่ราคา 40-50 บาท อาจจะเสียค่าเครื่องประคบครั้งเดียวแต่ใช้งานได้นาน

น.ส.เจนจิรา แสงคำ ชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมฯ ทีม A3 กล่าวว่า ได้รับรางวัลประเภท ADAPTIVE AWARD จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ลูกประคบสมุนไพรแบบเดิมๆ ให้เป็นลูกประคบตัวการ์ตูนที่มาพร้อมกับกลิ่นหอมจากดอกไม้นำเข้าจากต่างประเทศ จุดเริ่มต้นของทุกคนคือ มีที่มาจากต่างคณะต่างสาขาแล้วมาร่วมทำโปรเจกกัน ช่วงแรกๆ กลัวการเข้าหากันบ้าง แต่ก็แก้ปัญหาร่วมกัน พยายามฟังกันให้มากกว่าพูด ใครมีไอเดียดีๆ จะช่วยกันนำเสนอ ทุกคนในทีมได้ข้อคิดร่วมกันว่า งานนี้ไม่ใช่งานที่คนอื่นทำ แต่เป็นงานของที่ต้องทำกันเป็นทีมให้สำเร็จ คิดแบบนี้แล้วทำให้ทุกคนมีกำลังใจกันมาก และมีความมั่นใจเวลาขึ้น Pitching บนเวที




