วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญ ของศาสนาพุทธ
เป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา 3 เหตุการณ์ คือการประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า
ประเทศในลุ่มน้ำโขง ต่างจัดงานเพื่อระลึกถึงพระพุทธเจ้า
ประเทศ สปป.ลาว เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีประชาชนกว่า 80% นับถือศาสนาพุทธเหมือนกับอีกหลายประเทศ อาทิ จีน พม่า กัมพูชา ไทย และเวียดนาม
ตามศาสนสถานสำคัญทางภาคอีสาน ปกติจะมีชาวพุทธจากฝั่งลาวเดินทางข้ามมาสักการะพระธาตุ และพระเถระสำคัญในฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง
ปรากฏการณ์สำคัญก็คือ ในปีนี้ระหว่าง 16-18 พ.ค. สปป.ลาวจัดงานวิสาขบูชาอย่างยิ่งใหญ่
เจ้าภาพหลักของงานนี้ คือ รัฐบาล สปป.ลาว โดยมี ศูนย์กลางแนวลาวสร้างชาติ ร่วมกับ องค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์แห่ง สปป.ลาว หรือ อพส. เป็นผู้ดำเนินการ
เป็นครั้งแรกของ สปป.ลาว ที่มีการจัดเป็นงานระดับชาติ แบบยิ่งใหญ่กว่าที่ผ่านมา ซึ่งจะจัดตามแขวงและท้องถิ่นต่างๆ
รัฐบาล สปป.ลาว ให้ความสำคัญกับวันวิสาขบูชาในปีนี้เป็นพิเศษ

นอกจากในฐานะเป็นวันสำคัญสากลของโลก ตามข้อมติของที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 54 ที่สหประชาชาติ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2542
ในระเบียบวาระที่ 174 International recognition of the Day of Visak ของที่ประชุมดังกล่าว ระบุว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดศาสนาหนึ่งของโลก ที่ได้หล่อหลอมจิตวิญญาณของมนุษยชาติมานาน ควรที่จะยกย่องกันทั่วโลก
จึงประกาศให้วันวิสาขบูชา ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือนพฤษภาคม เป็นวันสำคัญสากลนานาชาติ (International Day)
รัฐบาล สปป.ลาว ยังเล็งเห็นว่าชาวลาวจำนวนมาก นับถือศาสนาพุทธ น่าจะจัดกิจกรรมเพื่อรองรับศรัทธาของประชาชน
และมองไกลไปถึงการเตรียมการเพื่อขอเป็นเจ้าภาพจัดงานวิสาขบูชาโลก ในอนาคตข้างหน้าด้วย
การจัดงานวิสาขบูชาของ สปป.ลาว ครั้งนี้ เป็นการทำงานร่วมกับสมาคมวิสาขบูชาโลก ต้องถือว่าสอบผ่านอย่างราบรื่น
พิธีเปิดจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาตินครหลวงเวียงจันทน์ ถนนไกสอน พรมวิหาร
มีพระสงฆ์จากภายในประเทศ เดินทางมาจากแขวงต่างๆ และมาจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงไทย อาทิ พระธรรมวรนายก ประธานโครงการพระธรรมทูตเชิงลึก พระโสภณวชิราภรณ์ หรือ เจ้าคุณไสว รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ พระเมธีวรญาณ (สายเพชร วชิรเมธี ป.ธ.9, ดร.) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ซึ่งมีพระลูกศิษย์ลูกหามากมายมาร่วมด้วย
ส่วนประชาชนที่มาร่วมงาน น่าสนใจอย่างยิ่งว่า มีคนรุ่นใหม่ และเยาวชนมาร่วมเป็นจำนวนมาก
เจ้าภาพให้การต้อนรับและยิ้มแย้มกับแขกที่มาร่วมงานอย่างน่าประทับใจ


พิธีเปิดในวันที่ 17 พ.ค. ที่ศูนย์ประชุม ประธานฝ่ายสงฆ์ คือ พระอาจารย์ใหญ่มหางอน ดำรงบุญ ประธานองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์แห่ง สปป.ลาว
ประธานฝ่ายฆราวาส ได้แก่ นายไซสมพอน พรมวิหาร ประธานคณะกรรมการศูนย์กลางแนวลาวสร้างชาติ
เริ่มต้นด้วยการแสดงวัฒนธรรม ซึ่งมีทั้งการแสดงจากฝั่งไทย และจากเยาวชนของ สปป.ลาว
นายไซสมพอนกล่าวในพิธีเปิดงานตอนหนึ่งว่า ส่วนตัวข้าพเจ้าเชื่อว่าเป็นการจัดงานครั้งประวัติศาสตร์ ที่ สปป.ลาวเคยจัดงานแบบนี้ ก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่าครั้งนี้ปีนี้
ถือว่าเป็นการยกระดับขององค์กรพระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนาสอนให้มีความรักกันไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น มีสิทธิเสมอภาคเท่าเทียมกัน และทาง สปป.ลาวไม่มีกีดกันเรื่องการนับถือศาสนา
หลังจากพิธีเปิด มีการบรรยายธรรมจากพระเถระที่เป็นนักวิชาการศาสนา ก่อนจะยุติในช่วงเย็น
และในช่วงเช้าวันที่ 18 พ.ค. มีการตักบาตรที่ ลานพระธาตุหลวง หรือ “พระธาตุเจดีย์โลกจุฬามณี” นครหลวงเวียงจันทน์
ชาวลาวทุกเพศทุกวัย แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาว สีอ่อน ตระเตรียมภัตตาหารและปัจจัยต่างๆ มานั่งเรียงรายตามเส้นทางที่จัดให้พระภิกษุออกเดินรับบาตร
ไม่ใช่แต่ประชาชนที่มาร่วมพิธีเท่านั้น ผู้นำประเทศ ตั้งแต่ประธานศูนย์กลางแนวลาวสร้างชาติ นางนาลี สีสุลิด ภริยาของ นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี พระผู้ใหญ่และพระสงฆ์ มาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง
ประธานสงฆ์ในวันนี้คือ พระอาจารย์บุญมา สิมมาพรม รองพระสังฆราว แห่ง สปป.ลาว
บรรยากาศการใส่บาตรเป็นไปอย่างมีระเบียบ และสงบเรียบร้อย ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จึงเสร็จพิธี


หลังจากประชาชนบางส่วนรับประทานอาหารตามจุดต่างๆ ที่มีการจัดเลี้ยง
ในช่วงค่ำวันเดียวกัน มีพิธีเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุหลวง
ก่อนเวียนเทียน มีพิธีสงฆ์ ทั้งการให้พุทธศาสนิกชน รับศีลจากพระสงฆ์ ชำระจิตใจก่อนที่จะไปเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุหลวง
พระสงฆ์ที่เคยร่วมจัดงานวิสาขบูชาโลกในประเทศไทย พระโสภณวชิราภรณ์ กล่าวถึงบรรยากาศของงานที่ยิ่งใหญ่แต่เรียบง่ายว่า “อาตมามองว่าเป็นวิถีชีวิตของเขาจริงๆ”
ส่วนการจัดงานวิสาขบูชาโลก เจ้าคุณไสวเห็นว่า สปป.ลาวมีจุดแข็ง มีความพร้อม และมีกำลังคนกับวัฒนธรรม ที่จะแสดงเป็นพุทธบูชา
ซึ่งพระสงฆ์นานาชาติพร้อมให้ความช่วยเหลือร่วมมือ นอกจากนี้ จุดแข็งของ สปป.ลาวที่สำคัญคือรัฐบาลมีความพร้อม อาตมาคิดว่าสามารถจัดวิสาขบูชาโลกได้
หากทางการลาวตัดสินใจจัดงาน เชื่อว่าจะมีหน่วยงานของวิสาขบูชาโลกเข้ามาร่วมสนับสนุน
ความพร้อมของลาว รวมถึงสถานที่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางสามารถรองรับประชาชนให้มาเข้าร่วมได้ หอประชุมที่ใช้เปิดงานก็เพียงพอ คิดว่าทาง สปป.ลาว ไม่ต้องรอถึงอีก 4 ปี อีกสองปีก็น่าจะจัดงานใหญ่ระดับอาเซียนได้แน่นอน

ส่วน นายอภัย จันทนจุลกะ รองประธานชมรมโพธิคยาวิชชาลัย 980 อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งเดินทางไปร่วมงานด้วย เผยว่า ในตอนเช้าที่มีประชาชนออกมาตักบาตร และไปรวมอยู่ที่เดียวที่พระธาตุหลวง มีการแต่งตัวชุดพื้นเมือง มีผ้าสไบ ตามประเพณี ถึงอากาศจะร้อนก็ยังนั่งรอกันจนถึงพระสงฆ์มาให้ใส่บาตร เป็นภาพที่น่าชื่นชม
การจัดงานวิสาขบูชาผลออกมาดี และเชื่อว่าในปีต่อไป ก็จะดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก ด้วยความสมัครสมานของชาวพุทธสองประเทศ ในครั้งนี้ภาคเอกชนจากประเทศไทย คือสถาบันโพธิคยาฯและมูลนิธิวีระภุชงค์ ที่นายวินัย นางนวลละออ วีระภุชงค์ ประธานมูลนิธิได้เข้ามาให้การสนับสนุนและเดินทางมาร่วมงาน
ขณะที่ นายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ ซึ่งมาร่วมในกิจกรรมหลักๆ ของงานโดยตลอด เผยว่า สถาบันโพธิคยาและมูลนิธิวีระภุชงค์มาร่วมให้การสนับสนุน เพราะต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ โดยมีพระพุทธศาสนาเป็นจุดเชื่อมต่อ
รวมทั้งเพื่อเป็นการต่อยอดโครงการธรรมยาตรา 6 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง ที่จะจัดขึ้นในเดือนตุลาคม ประเทศร่วมโครงการมีประเทศจีน ไทย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม และทางสถาบันก็จะให้การสนับสนุน ในการจัดงานวิสาขบูชาของ สปป.ลาวตลอด ถ้ามีการจัดงาน
“พระพุทธศาสนาจะคงอยู่ ก็ต้องอาศัยพุทธศาสนิกชนช่วยกันส่งเสริมสืบทอดพระพุทธศาสนาไม่ใช่เฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง เพื่อให้พระพุทธศาสนา ยืนยาวต่อไป” เลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯกล่าว


