เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ตนได้ยื่นหนังสือถึงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ขอให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการ สกสค.ในการประชุมคณะกรรมการ สกสค.ที่มีนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ.เป็นประธาน คัดเลือกผู้เหมาะสมดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สกสค.และผู้อำนวยการองค์การค้า (อค.) ของ สกสค.เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และได้ลงนามในคำสั่งคณะกรรมการ สกสค.ที่ 2/2562 แต่งตั้งให้นายณรงค์ แผ้วพลสง อดีตผู้ตรวจราชการ ศธ.เป็นเลขาธิการ สกสค.และคำสั่งคณะกรรมการ สกสค.ที่ 3/2562 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม แต่งตั้งให้นายอดุลย์ บุสสา อดีตรองเลขาธิการ สกสค.เป็นผู้อำนวยการ อค.
“ที่ผมยื่นหนังสือถึงนายสมคิด เพราะเห็นว่ากระบวนการสรรหามิชอบด้วยกฎหมาย ขาดความโปร่งใส ควรให้เพิกถอนมติที่ประชุม และคำสั่งที่ออกตามมติ อาทิ นายการุณได้มีบันทึกถึงนายสมคิดให้พิจารณากำหนดนัดวันประชุม ซึ่งนายสมคิดได้สั่งการท้ายบันทึกเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ว่า “มอบปลัดฯ” ซึ่งต่อมานายการุณได้ใช้บันทึกฉบับดังกล่าวเป็นข้ออ้างว่านายสมคิดมอบอำนาจให้ดำเนินการจนแล้วเสร็จ และได้ออกหนังสือเชิญประชุม ทั้งๆ ที่เป็นหน้าที่โดยตรงของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค.ซึ่งมีฐานะเป็นเลขานุการที่ประชุมโดยตำแหน่ง โดยในช่วงก่อนวันที่ 28 พฤษภาคม ทราบว่าผู้บริหาร ศธ.คนหนึ่ง ได้โทรศัพท์สั่งการไปยังกรรมการบางคน ให้ลงคะแนนเลือกนายณรงค์ ซึ่งผมมีไฟล์เสียงพร้อมแสดงในภายหลัง” นายอรรถพลกล่าว
นายอรรถพลกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ นายการุณได้ลงชื่อเข้าประชุมแทนนายสมคิด ซึ่งขัดกับมาตรา 66 ประกอบมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ซึ่งกำหนดให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม กรณีประธานโดยตำแหน่งไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ อีกทั้ง ยังขัดกับคำสั่ง คสช.ที่ 7/2558 ที่กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้ทักท้วงว่าการดำเนินการไม่ชอบ แต่นายการุณไม่ยอมรับฟัง กลับให้คณะกรรมการลงคะแนนลับ โดยนายการุณได้ใช้สิทธิลงคะแนนในฐานะรัฐมนตรี และให้นายประเสริฐ ลงคะแนนในฐานะปลัด ศธ.เมื่อนับคะแนนปรากฏว่าคณะกรรมการลงคะแนนให้ตน 4 คะแนน และนายณรงค์ 4 คะแนนเท่ากัน แต่นายการุณขอใช้สิทธิออกเสียงเพิ่มอีก 1 เสียง ให้แก่นายณรงค์ โดยไม่มีเหตุผลประกอบ เท่ากับว่า ดำรงตำแหน่งปลัด ศธ.ได้ใช้สิทธิลงคะแนนถึง 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ในฐานะรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 ยินยอมให้นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัด ศธ.ใช้ลงคะแนนโดยใช้ตำแหน่งปลัด ศธ.และครั้งที่ 3 ใช้สิทธิออกเสียงเองโดยอ้างว่าได้รับมอบอำนาจจากรองนายกฯ
“การดำเนินการประชุม และออกคำสั่งครั้งนี้ เป็นไปด้วยความลุกลี้ลุกลน และเร่งรัด จนเห็นได้ชัดถึงความผิดปกติ กล่าวคือเร่งรีบออกคำสั่งแต่งตั้งผู้ได้รับคัดเลือก ซึ่งผมเตรียมฟ้องศาลปกครอง เพื่อให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยขณะนี้ถือว่าผมยังปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.อยู่ เพราะเป็นตำแหน่งที่แต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการ ศธ.หากจะให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.มีคำสั่งอย่างเป็นทางการ” นายอรรถพลกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังนายการุณ ซึ่งเดินทางไปปฏิบัติราชการต่างจังหวัด เพื่อสอบถามเรื่องดังกล่าว โดยผู้ติดตามได้รับโทรศัพท์แทน พร้อมระบุว่านายการุณยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์เรื่องดังกล่าว
แหล่งข่าวจาก ศธ.คนหนึ่งกล่าวว่า ในวันนี้ นายประเสริฐได้เข้าไปรายงานนายสมคิดเกี่ยวกับการสรรหาเลขาธิการ สกสค.และผู้อำนวยการ อค.ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนายสมคิดได้มอบหมายให้เซ็นสัญญาจ้างนายณรงค์เป็นเลขาธิการ สกสค.ในวันที่ 30 พฤษภาคม

