‘บุญรักษ์’ เพิ่มระบบ ‘อีเทรนนิ่ง’ ช่วยครูอาชีวะ ขอชั่วโมงเลื่อนวิทยาฐานะ
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า ที่ประชุมได้ติดตามการขับเคลื่อนงานพัฒนาครูเพื่อให้มีและเลื่อนวิทยาฐานะ ตามที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้ออกหนังสือ ที่ ศธ.0206.3/ว 21 เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ โดยกำหนดให้มีการนับชั่วโมงการอบรมและพัฒนานั้น สอศ.จะแจ้งไปยังวิทยาลัยต่างๆว่า นอกจากการเข้ารับการอบรมตามโครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร หรือคูปองพัฒนาครูแล้ว ยังมีช่องทางอื่นๆ ที่ครูสามารถอบรมพัฒนาตนเอง และเก็บชั่วโมงมานับเป็นชั่วโมงพัฒนาได้ เช่น การเข้ารับอบรมในหลักสูตรของมหาวิทยาลัย หรือองค์กรต่างๆ ที่จัดขึ้น ซึ่งต้องมีหัวข้อและประเด็นครบตามที่ ก.ค.ศ.กำหนดและจัดอบรมตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ตามที่กำหนดไว้ใน ว 21/2560 โดยให้วิทยาลัยหรือหน่วยงานส่งหลักสูตรนั้นๆ มาพร้อมรายชื่อผู้ที่อบรมผ่าน ซึ่งทาง สอศ.มีกรรมการ 2 ชุด คือ คณะกรรมการกลั่นกรองหลักสูตร และคณะกรรมการรับรองหลักสูตร ซึ่งมีตนเป็นประธาน เพื่อให้รับรองต่อไป เพราะ ก.ค.ศ.ได้ให้อำนาจ สอศ.ให้การรับรองหลักสูตรแล้ว
นายบุญรักษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สอศ.กำลังขยายช่องทางใหม่ คือ การอบรมผ่านระบบอีเทรนนิ่ง ผ่านระบบออนไลน์ที่สามารถโต้ตอบกันในกิจกรรมต่างๆ และประเมินหลังการอบรมได้ โดย สอศ.ส่วนกลาง จะรวบรวมหลักสูตรการอบรมต่างๆมาไว้ พร้อมทั้งสนับสนุนให้วิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ จัดทำหลักสูตรและนำมารวบรวมไว้ในระบบอีเทรนนิ่ง เพื่อให้ครูอาชีวะรัฐและเอกชนได้เข้ามาลงทะเบียนอบรม ซึ่งหากแต่ละวิทยาลัยผลิตหลักสูตรได้ 10 บทเรียน ก็จะทำให้มีถึง 400-500 บทเรียน ขณะเดียวกันจะมีการรณรงค์ให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ เข้ามาใช้ระบบนี้ เพราะครูเอกชนก็ต้องนำผลการอบรมพัฒนาไปเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
“การใช้คูปองครูขณะนี้มีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณ ซึ่งทางสำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา ได้จัดสรรงบสนับสนุนให้ครูเข้ารับการอบรมได้ 7,000 บาท ต่อคน แต่ได้ไม่ครบทุกคน วิทยาลัยก็ไม่สะดวกให้งบฯของสถานศึกษามาใช้ให้ครูเดินทางไปอบรม ขณะเดียวกันการจัดให้อบรมแบบเผชิญหน้า ครูก็มีภาระการสอนทั้งภาคเช้าภาคบ่าย ทำให้ไม่สะดวกในการเข้าอบรม ซึ่งช่องทางอีเทรนนิ่งจะทำให้ครูได้รับความสะดวกมากขึ้น” นายบุญรักษ์ กล่าว

