เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นายวีระกุล อรัณยะนาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้องค์การค้าฯ และโรงพิมพ์เอกชนทั้ง 5 แห่งได้ทยอยจัดส่งหนังสือเรียนไปยังร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศแล้วกว่า 95% โดยยังไม่พบ ข้อร้องเรียนว่า โรงเรียนได้รับหนังสือเรียนล่าช้า ส่วน การแก้ปัญหากรณี บัญชีของสกสค. และองค์การค้าฯ ถูกอายัด จำนวน 224,409,356.52 บาท ทำให้องค์การค้าฯ ไม่มีจ่ายเงินเดือนพนักงาน โดยทางสกสค. ได้ยื่นต่ออัยการเพื่อคัดค้านการอายัดบัญชี โดยศาลนัดไต่สวนคำร้องวันที่ 8 กรกฎาคมนั้น ขั้นตอนทางกฎหมายเป็นเรื่องของสกสค. แต่เบื้องต้นตนได้เตรียมเงินสำหรับจ่ายเงินเดือนพนักงาน โดยเป็นเงินที่จะได้รับจากการชำระค่าจัดพิมพ์หนังสือเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 100 ล้านบาท และเงินที่ได้รับจากการชำระเงินของเอกชนอีกประมาณ 50 ล้านบาท รวมเป็นเงินประมาณ 150 ล้านบาท เพียงพอสำหรับจ่ายเงินเดือนพนักงานองค์การค้าฯ ในระยะเวลา 3 เดือน ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนให้ผู้บริหารชุดใหม่เข้ามาทำงาน
นายวีระกุลกล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การค้าฯ ที่มีนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดศธ. เป็นประธาน เลือกนายอดุลย์ บุสสา อดีตรองเลขาธิการสกสค. เป็นผู้อำนวยการองค์การค้าฯ นั้น เมื่อคณะกรรมการบริหารองค์การค้าฯ เลือกแล้ว ก็คงต้องเป็นไปตามมติ ซึ่งเท่าที่ดูคนในองค์การค้าฯ ยังไม่มีเสียงคัดค้านการเข้ามารับตำแหน่งของนายอดุลย์ หรือหากมีก็คงไม่มาถึงตนเอง โดยนายอดุลย์ถือเป็นลูกหม้อขององค์การค้าฯ หากสามารถทำงานสอดคล้องกับเลขาธิการสกสค. คนใหม่ได้ ก็ถือเป็นเรื่องดี
“ก่อนที่จะมีผู้อำนวยการองค์การค้าฯ คนใหม่เข้ามาทำงาน ผมเตรียมจัดทำข้อเสนอ แผนการบริหารงานองค์การค้าฯ ที่ควรต้องเร่งดำเนินการ เพื่อเสนอให้รัฐมนตรีว่าการศธ. คนใหม่ พิจารณาในฐานะประธานบอร์ดบริหารองค์การค้าฯ อาทิ การบริหารจัดการทรัพย์สิน การแปลงสินทรัพย์เป็นทุน เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง สามารถนำเงินมาชำระหนี้กับภาคเอกชนได้บางส่วน การเดินหน้าธุรกิจออนไลน์ ซึ่งลงทุนไม่มาก แต่จะเห็นผลดีในระยะยาว รวมถึงอยากขอให้พิจารณากรณี สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สสวท. ให้โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดพิมพ์หนังสือเรียน กลับคืนมาให้องค์การค้าฯ เนื่องจากผลการดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือเรียนขององค์การค้าฯ ในปีนี้เป็นไปตามเป้าหมาย ไม่มีความล่าช้า เป็นต้น ส่วนผู้อำนวยการองค์การค้าฯ คนใหม่ จะนำแผนที่ผมเสนอไว้ไปดำเนินการหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจแต่อย่างน้อยก็สามารถใช้เป็นข้อมูล ในการบริหารงานได้”นายวีระกุลกล่าว

