มข.เผย 4 แนวทางพลิกโฉมการจัดการศึกษา เน้นเรียนรู้อิสระ-บูรณาการระหว่างคณะ

5.06.19 | 13:44 น.

ศ.ดร.สุรศักดิ์ วงศ์รัตนชีวิน รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยถึงแนวคิดสู่การพลิกหน้าการจัดการศึกษาครั้งใหญ่ของ มข.ภายใต้นโยบาย Education Transformation ว่า ปัจจุบันไทยกำลังเผชิญวิกฤตการศึกษา ซึ่งเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก โครงสร้างประชากร และเทคโนโลยีดิจิทัล มีส่วนอย่างยิ่งในการเปลี่ยนวิถีชีวิต มุมมอง ค่านิยม ของผู้คนทั่วไป ฉะนั้น การศึกษาที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม จำเป็นต้องเปลี่ยนด้วย ดังนั้น ถ้ามหาวิทยาลัยไม่ปรับเปลี่ยน คนจะไม่มามหาวิทยาลัย ก็ไม่จำเป็นต้องมีมหาวิทยาลัย แม้ปัจจุบันความสำคัญของปริญญาบัตรยังมีอยู่ แต่อนาคตอันใกล้ บริษัทอาจไม่ต้องการปริญญา มหาวิทยาลัยจึงต้องวางบทบาทหน้าที่ให้ถูกต้อง โดยเปลี่ยนให้นักศึกษาได้คุณค่า ได้ประโยชน์ มากกว่าปริญญา สภา มข.จึงให้นโยบายว่า ต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ฉะนั้น สิ่งที่ มข.จะดำเนินการในปี 2562 คือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน ระเบียบต่างๆ เพื่อให้สอดคล้อง ยืดหยุ่น กับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

ศ.ดร.สุรศักดิ์กล่าวอีกว่า นโยบาย Education Transformation จะดำเนินการใน 4 ด้านหลัก คือ 1.การเปลี่ยน Teaching Paradigm เป็น Learning Paradigm จากเดิมที่อาจารย์เน้นการสอน มาเป็นเน้นการเรียน เพื่อให้บัณฑิตตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ และเป็นกระบวนการสร้างความคิดให้แก่ผู้เรียน ทั้งนี้ อาจารย์ผู้สอนต้องตั้ง mindset ใหม่ วิธีการสอนจะต้องเปลี่ยน 2. Lifelong learning การเรียนรู้ตลอดชีวิต จัดการศึกษารูปแบบใหม่ที่ทุกช่วงวัยศึกษาหาความรู้ได้ มีหลักสูตรประกาศนียบัตรมากเพิ่มขึ้น เรียนออนไลน์ หรือ interactive ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมามหาวิทยาลัย เน้นความสนใจเป็นหลัก เรียนซ้ำเพื่อให้ได้เกรดที่สูงขึ้นได้ โดยอายุไม่ใช่เงื่อนไข ทั้งนี้ ช่วงแรกจะเปิดหลักสูตรที่ไม่มีสภาวิชาชีพกำกับ 3. Innovative Integration การนำองค์ความรู้ระหว่างคณะมาบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน หลักสูตรที่ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด หางานทำยาก จะถูกยกเลิก หรือควบรวม และหลักสูตรดังกล่าวจะอยู่ภายใต้ มข.โดยตรง ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการทำงานในแต่ละคณะ เพื่อระดมความคิดบูรณาการ เป็นหลักสูตรใหม่สังคมต้องการร่วมกัน และ 4.การทำระบบให้สนับสนุนการทำงาน เช่น เมื่อเปลี่ยนการเรียนการสอนใหม่ มหาวิทยาลัยมีแนวคิดที่จะปรับระบบทุกอย่างให้สอดคล้อง ทั้งการประเมินอาจารย์ การขึ้นตำแหน่งเชิงวิชาการ การขึ้นเงินเดือน การไปดูงานต่างประเทศ เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้สอนที่ปรับเปลี่ยนเห็นว่าได้ประโยชน์ ขณะเดียวกันระบบเทคโนโลยีต้องทันสมัย และสนับสนุนการทำงาน โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลต้องเปลี่ยนวิธีการประเมิน

“สิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ ทุกฝ่าย ทั้งบุคลากร คณาจารย์ ต้องเข้าใจ พร้อมที่จะเปลี่ยน เพราะการประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงแค่การดำรงอยู่ในฐานะสถาบันทางการศึกษาเท่านั้น แต่สิ่งที่น่าภาคภูมิใจมากกว่า คือมีคุณค่าต่อสังคม เป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนสังคมต่อไป” ศ.ดร.สุรศักดิ์ กล่าว