เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน นายประสาท สืบค้า ประธานคณะกรรมการมาตรฐานอุดมศึกษา (กมอ.)และคณะกรรมการบริหารสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีสถาบันอุดมศึกษาจำนวนหนึ่งได้ส่งเรื่องให้สมศ.ไปประเมิน รอบ 4 ขณะที่ในพ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ.2562 มาตรา 64 กำหนดว่าการประเมินคุณภาพภายนอกของสถาบันอุดมศึกษาอาจประเมินโดยหน่วยงานต่างประเทศที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง หรือ อาจประเมินโดยหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานภาคเอกชน หรือ หน่วยงานในต่างประเทศที่ กมอ.ประกาศก็ได้ ขณะที่ทาง สมศ.คิดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในรายชื่อหน่วยประเมินที่กมอ.กำหนด นั้น ตนในฐานะที่เป็นกรรมการบริหาร สมศ. แจ้งว่าสมศ.จะไปตีความแบบนั้นไม่ได้ เพราะในพ.ร.บ.การอุดมศึกษา ยังกำหนดว่าหน่วยงานที่จะประเมินสถาบันอุดมศึกษาจะต้องเป็นหน่วยงาน ที่ กมอ.ประกาศรายชื่อให้ประเมินได้ และที่สำคัญสถาบันอุดมศึกษาจะต้องเลือกให้ไปประเมินด้วย ขณะที่ในพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 มาตรา 49 ระบุให้สมศ. มีฐานะเป็นองค์การมหาชนทำหน้าที่พัฒนาเกณฑ์ วิธีการประเมินคุณภาพภายนอก และทำการประเมินผลการจัดการศึกษา แต่ไม่ให้ประเมินสถาบันอุดมศึกษา
“ขณะนี้มีกฎหมายใหม่และเก่ายังเขย่งกันทำให้มีปัญหา และอุปสรรคในการปฏิบัติงาน คือพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ที่ไม่ให้สมศ.ประเมินสถาบันอุดมศึกษา แต่ในพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2)พ.ศ.2545 มาตราที่ 49 กำหนดให้มีการประเมินภายนอกสถานศึกษาอย่างน้อยทุก 5 ปี ส่วนพ.ร.บ.การอุดมศึกษากำหนดว่าถ้ากมอ. ประกาศชื่อให้สมศ. ประเมินได้และสถาบันอุดมศึกษาเลือกที่จะให้สมศ.เข้าไปประเมิน สมศ.ถึงจะสามารถประเมินได้ ผมเห็นว่าจะต้องรอคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความความว่า สมศ.จะประเมินสถาบันอุดมศึกษาได้หรือไม่ ถ้าได้คำตอบแล้ว กมอ.ก็จะได้ทำหน้าในการในการคัดเลือกและประกาศรายชื่อหน่วยงานที่จะมาประเมินสถาบันอุดมศึกษาต่อไป” นายประสาท กล่าว

