ตั้ง กก.สอบวินัยไม่ร้ายแรง ‘ผอ.-ครู’ ปมปล่อย ‘ด.ญ.5 ขวบ’ ถูกล่วงละเมิดใน ร.ร.

17.06.19 | 16:45 น.

ตั้ง กก.สอบวินัยไม่ร้ายแรง ‘ผอ.-ครู’ ปมปล่อย ‘ด.ญ.5 ขวบ’ ถูกล่วงละเมิดใน ร.ร.

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานผลการสืบข้อเท็จจริงกรณีปู่และย่าเด็กหญิงวัย 5 ขวบ ที่อ้างว่าถูกเพื่อนระดับชั้นอนุบาลและรุ่นพี่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ล่วงละเมิดเหตุเกิดในโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในพื้นที่จ.อุบลราชธานี จากคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ที่มี นายธีร์ ภวังคนันท์ หัวหน้าศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน(ฉก.ชน.) เป็นประธานเรียบร้อยแล้ว ซึ่งรายละเอียดเชิงลึกตนไม่สามารถบอกได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเด็ก แต่เฉพาะข้อมูลจากการที่คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ลงไปพื้นที่ไปเก็บข้อมูล สืบพยานจากผู้เกี่ยวข้องทั้งที่โรงเรียน และใช้ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการเป็นหลัก ทั้งนี้ พบว่าโรงเรียนมีมาตรการดูแลนักเรียนและปฏิบัติตามนโยบายของ สพฐ.ค่อนข้างดี เช่น การแยกโซนเด็กอนุบาล เด็กประถมศึกษาชัดเจน ช่วงพักกลางเป็นคนละเวลา เป็นต้น

ว่าที่ ร.ต.ธนุ กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุการณ์เกิดขึ้นที่โรงเรียนจริงหรือไม่ จากการสืบข้อเท็จจริงก็ยืนยันว่าเหตุเกิดขึ้นที่โรงเรียน แต่ช่วงที่เกิดเหตุคาดว่าเป็นช่วงพักเที่ยงที่ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือครูอาจจะหลงตา ดูแลไม่ทั่วถึงเพราะเด็กมีจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลดังกล่าวตนได้สั่งการให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อุบลราชธานี เขต 3 ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลไปดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยไม่ร้ายแรง ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนจะกี่รายขึ้นอยู่กับ สพป.อุบลราชธานี เขต 3 ที่ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยไม่ร้ายแรง

“เหตุที่เกิดขึ้นเชื่อว่าเกิดขึ้นในโรงเรียนตามความเห็นของคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ประกอบกับความเห็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอัยการที่สรุปมาตรงกัน แต่ที่ให้สอบสวนวินัยไม่ร้ายแรงเนื่องจาก โรงเรียนเองก็มีมาตรการในการดูแลเด็ก ไม่ได้ประมาทเลินเล่อร้ายแรง แต่อาจจะด้วยเหตุที่เกิดช่วงพักเที่ยง ซึ่งการตั้งกรรมการสอบวินัยไม่ร้ายแรงผอ.โรงเรียน ยังมีผู้เกี่ยวข้อง เช่น ครูเวร ครูประจำชั้น ส่วนจะทั้งหมดกี่รายอยู่ที่ สพป.อุบลราชธานี เขต 3 ส่วนโทษของการสอบสวนวินัยไม่ร้ายแรง มีตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน และลดขั้นเงินเดือน”ว่าที่ ร.ต.ธนุ กล่าว

ว่าที่ ร.ต.ธนุ กล่าวต่อว่า ส่วนผลการสืบข้อเท็จจริงชุดของ สพป.อุบลราชธานี เขต 3 ตนยังไม่รายงาน แต่เบื้องต้นสพป.อุบลราชธานี เขต 3 แจ้งว่ารอข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการ ส่วนการดำเนินการกับ ผู้อำนวยการ สพป.อุบลราชธานี เขต 3กรณีไม่รายงานเรื่องมายัง สพฐ.และดำเนินการล่าช้า นั้นเบื้องต้น ตรวจสอบแล้วพบว่าตั้งแต่เกิดเหตุมีการรายงานมายัง สพฐ. 1 ครั้ง ซึ่งนานมากแล้ว แต่อ้างว่ารอเอกสารต่างๆ จึงไม่ได้รายงาน ซึ่งกรณีนี้ไม่ถึงขั้นผิดวินัยแต่จะได้ว่ากล่าวตักเตือนว่าต่อไปหากเกิดเหตุลักษณะนี้ให้เร่งรายงานโดยเร็ว นอกจากนี้ นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการ กพฐ.ได้กำชับให้ไปทบทวนมาตรการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เข้มข้น ว่ามีจุดอ่อนตรงไหน และปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อใช้ในการดูแลนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ