อาชีวะเอกชนหนุน ‘ณัฏฐพล’ คุมศธ. 280วิทยาลัยจี้ ‘ขึ้นงด.-สิทธิประโยชน์’ ขีดเส้น3เดือนไม่คืบรวมตัวร้อง’บิ๊กตู่’
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน นายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยล่าสุดคาดว่า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นั้น ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าใครจะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ. และคาดว่าจะทราบแน่ชัดหลังจากการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า นายณัฎฐพล จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ.นั้น เห็นว่ามีความเหมาะสม เพราะเป็นทั้งนักธุรกิจ และนักการศึกษา น่าจะเข้าใจปัญหาการศึกษาเป็นอย่างดี ว่าควรจะพัฒนาแก้ไขอะไรเป็นอย่างแรก
“ส่วนกรณีที่นายณัฏฐพล เป็นเจ้าของโรงเรียนเอกชน จะถือว่ามีส่วนได้ส่วนเสีย เอื้อประโยชน์หรือไม่นั้น คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาดังกล่าว เพราะโรงเรียนแห่งนี้ขออนุญาตจัดตั้งโดยบริษัท ไม่ใช่ตัวบุคคลเพียงคนเดียวที่เป็นเจ้าของ ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิประโยชน์ทับซ้อน อีกทั้งโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนนานาชาติ ไม่ได้รับงบอุดหนุนนเรียนฟรีจากรัฐบาลจึงถือว่าไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับราชการ ผมมองว่าหากนายณัฏฐพล เป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ.จริง อาจจะนำความรู้ความสามารถในการบริการโรงเรียนนานาชาติ หรือเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาพัฒนาการศึกษาของประเทศได้” นายศุภเสฏฐ์ กล่าว
นายศุภเสฏฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในส่วนของคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ปส.กช.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จะรวบรวมประเด็นปัญหา สภาพทั่วไปของโรงเรียนเอกชน และแนวทางแก้ไข เช่น ความเท่าเทียมกันระหว่างรัฐและเอกชน นักเรียนเอกชน ควรได้รับสิทธิเท่าเทียมกับนักเรียนของรัฐ ครูที่จะต้องเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา สิทธิประโยชน์ที่ควรจะได้รับเท่าเทียมกับครูรัฐ เป็นต้น เสนอต่อ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. คนใหม่พิจารณาแก้ไขปัญหาต่อไป
นายอดิศร สินประสงค์ นายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สวทอ.) กล่าวว่า ตนมองว่ารัฐมนตรีว่าการ ศธ. จะเป็นใครก็ได้ แต่ขอให้มาแก้ไข สะสางปัญหาการศึกษาที่รัฐบาลชุดก่อนทิ้งไว้เป็นอย่างแรก โดยเฉพาะอาชีวศึกษาเอกชน ที่ถูกย้ายจาก สช. มาอยู่ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่ขณะนี้อาชีวะเอกชนรู้สึกว่าถูกลอยแพ ไม่รู้จะไปดำเนินงานไปในทิศทางไหนดี
“หลังจากที่ อาชีวะเอกชนอยู่ในสังกัด สอศ.พบความไม่เสมอภาค ไม่เท่าเทียมกันอย่างชัดเจนในเรื่องการพัฒนาการศึกษา เช่น ระเบียบเครื่องแบบครูอาชีวะเอกชน ที่เรียกร้องกันมานาน จนตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆนี้ ทางสมาชิก สวทอ.แต่ละจังหวัด จำนวน 280 วิทยาลัย เรียกประชุมวิสามัญเพื่อหารือถึงประเด็นปัญหาเหล่านี้ และมีมติว่าจะให้เวลารัฐบาลอีก 3 เดือน เพื่อพัฒนาอาชีวะเอกชนให้ดีขึ้นกว่าเดิม จะรวมตัวกันขอพบรัฐมนตรีว่าการ ศธ. หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาอาชีวะเอกชน” นายอดิศร กล่าว
นายอดิศร กล่าวต่อว่า ปัญหาเร่งด่วนที่อาชีวะเอกชนอยากให้ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. แก้ไข คือเงินเดือนครูที่ไม่ได้ขึ้นมา 5 ปีแล้ว ที่ได้รับ 15,000 บาท แต่เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ และเงินเดือนครูที่สังกัดหน่วยงานอื่นๆ นั้นไม่เพียงพอ จึงอยากให้เพิ่มเงินเดือนครูอาชีวะเอกชนและขอให้ช่วยแก้ไขกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาชีวะเอกชนเพื่อให้สะดวกต่อการดำเนินงาน และเพื่อความยั่งยืนในอนาคต

