หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา จี้รัฐหนุนงบม...

จี้รัฐหนุนงบม.เพิ่มน.ศ.สายวิทย์ หลังที่นั่งเหลืออื้อเหตุเมินสาขาขาดแคลน

20.06.19 | 15:08 น.
สุชัชวีร์

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยว่า ตามที่ ทปอ.รับสมัครคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือทีแคส ประจำปีการศึกษา 2562 ทั้ง 5 รอบเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เนื่องจาก ทปอ.ได้มีการพัฒนาระบบอยู่เป็นระยะ กรณีมีที่นั่งเหลือ 56,459 ที่นั่งนั้น สะท้อนให้เห็นว่า จำนวนเด็กลดลงอย่างเห็นได้ชัด มหาวิทยาลัยต้องปรับตัว เปิดสอนในสาขาที่ขาดแคลนและเป็นที่ต้องการของประเทศให้มากขึ้น ขณะเดียวกันในส่วนของรัฐบาล ก็อาจจำเป็นต้องดูแลสนับสนุนงบประมาณของมหาวิทยาลัยในการจัดการเรียนการสอนให้มากขึ้น

“แม้ที่นั่งในมหาวิทยาลัยจะเหลือมาก แต่ยังพบว่าสาขาขาดแคลน และเป็นความต้องการของประเทศ กลับมีคนเรียนน้อย อาทิ สาขาด้านการแพทย์ที่มีหลากหลาย และสาขาด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีผู้เรียนเพียง 30% ผู้เรียนสายสังคม 70% ขณะที่ผู้เรียนสายวิทย์จำนวนมากเมื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ก็เลือกสอบเข้าในสายสังคม เช่น คณะนิติศาสตร์ เป็นต้น ดังนั้น หากจะแก้ปัญหานี้ต้องเริ่มส่งเสริมให้เด็กรักการเรียนสายวิทย์ตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงปลูกฝังให้เด็กมีค่านิยมเรียนในสาขาที่ขาดแคลนโดยเฉพาะสายวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น” นายสุชัชวีร์กล่าว

นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการปรับระบบทีแคสปีการศึกษา 2563 นั้น ทปอ.ยังไม่มีการหารืออย่างเป็นทางการ แต่เบื้องต้นจะเป็นการปรับเล็ก แนวทางไม่ต่างกับปีการศึกษา 2562 มากนัก จากนั้นจะปรับใหญ่ ลดข้อสอบที่ซ้ำซ้อนลง อาทิ การสอบวิชาสามัญ ทั้งการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต และการสอบวิชาสามัญ 9 วิชา หรือแม้กระทั่งการสอบวิชาความถนัดทั่วไป หรือ GAT และวิชาความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ PAT จะปรับอย่างไร เพื่อลดภาระการสอบให้กับนักเรียน ซึ่งจะต้องหารือกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ก่อน ว่าสามารถจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง จากนั้นจะประกาศให้นักเรียนได้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปี คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปีการศึกษา 2565