ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายภาคีสัมพันธ์ และผู้บริหารวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เปิดเผยว่า การขยายฐานรายได้ของภาคอุตสาหกรรมหลายแห่งมาจากการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ส่วนหนึ่งมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐ และเอกชน ให้ช่วยคิดวิจัยและพัฒนา และร่วมลงทุนให้เกิดการพัฒนาต่อยอด แต่อยากให้มีความร่วมมือกันมากกว่านี้ เชื่อว่าหากรัฐบาลสนับสนุน หรือโปรโมทภาคเอกชน หรือภาคอุตสาหกรรม ให้มาทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมากขึ้น ในการร่วมกันคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ หรือนวัตกรรมใหม่ เพื่อการพัฒนาประเทศในทุกด้าน อาจให้สิทธิทางภาษีโดยสามารถลดหย่อนมากกว่าเดิม จะทำให้ภาคธุรกิจหันมาทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในการวิจัยพัฒนามากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน
“ที่ มธบ.และวิทยาลัยของจีน เช่น มหาวิทยาลัยที่หนานจิง มีบริษัทมาตั้งออฟฟิศใน มธบ.และวิทยาลัยแต่ละแห่งเป็นร้อยบริษัท เพื่อเชื่อมกับมหาวิทยาลัย และนักศึกษา เอาโปรเจคมาให้เด็กทำงานร่วมกับเขา บริษัทเหล่านี้รัฐบาลจีนจะให้สิทธิประโยชน์มากมาย เช่น สิทธิประโยชน์ด้าน Corporate tax ของมณฑล เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เข้ามาร่วมลงทุนพัฒนานวัตกรรมใหม่ร่วมกัน อยากให้รัฐบาลไทยสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมแบบนี้บ้าง เพราะถ้าไม่มีแรงจูงใจที่มากพอ ก็ยากที่จะขับเคลื่อนในภาพใหญ่ ไม่จูงใจภาคธุรกิจอุตสาหกรรมที่สนใจเข้ามาลงทุนในการวิจัยพัฒนาสิ่งต่างๆ ร่วมกับกับสถาบันการศึกษา” ดร.พัทธนันท์ กล่าว
ดร.พัทธนันท์กล่าวอีกว่า เดิมรัฐบาลสนับสนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับภาคเอกชน ซึ่งมองได้ใน 2 ประเด็น คือ 1.ค่าใช้จ่ายที่จ้างนักศึกษาในโครงการสหกิจศึกษา และ 2.เงินบริจาคเพื่อการศึกษา แต่ไม่อยากให้มองแค่ประเด็นนั้น อยากให้มีการร่วมมืออย่างจริงจัง ดึงเอาความรู้จากภาคอุตสาหกรรมเข้ามาในภาคอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยมีความรู้ มีนักวิชาการ แต่เทคนิคคอลจริงๆ ต้องภาคอุตสาหกรรม อยากเสนอรัฐบาลชุดใหม่สนับสนุนเรื่องนี้อย่างจริงจัง ถ้าเอกชนจับมือมหาวิทยาลัยพัฒนางานวิจัยด้านต่างๆ ขึ้นมา รัฐบาลสามารถประกาศให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อสร้างแรงจูงใจที่มากพอ โดยต้องมีกลไกให้ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐ และมหาวิทยาลัยเอกชน



