‘สพฐ.’ กระจายอำนาจให้ ‘กศจ.-สพท.’ กำหนดเกณฑ์รับนักเรียน ปี’63 เล็งประกาศเกณฑ์ ก.ย.นี้

25.06.19 | 17:41 น.

‘สพฐ.’ กระจายอำนาจให้ ‘กศจ.-สพท.’ กำหนดเกณฑ์รับนักเรียน ปี’63 เล็งประกาศเกณฑ์ ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน นายสุเทพ ชิตวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2563 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ประกอบด้วย ผู้แทนจาก สพฐ. สมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทย ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้แทนสำนักงานศึกษาธิการกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ผู้อำนวยการโรงเรียน ประเภทต่างๆ ในกรุงเทพและต่างจังหวัด ทั้งโรงเรียนแข่งขันสูง โรงเรียนวัตถุประสงค์พิเศษ โรงเรียนทั่วไป ซึ่งในการประชุมดังกล่าว สพฐ.รับข้อเสนอ แนวทางและหลักการประชุมการจัดทำร่างนโยบาย สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ ใช้หลักการกระจายอำนาจและความรับผิดชอบให้โดยยึดพื้นที่เป็นฐาน คือ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) สพท. และโรงเรียน ทั้งนี้ต้องยึดหลักความเสมอภาค โอกาสทางการศึกษา และคุณภาพของนักเรียนเป็นหลัก ซึ่งกระบวนการทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล พร้อมกับให้ท้องถิ่น ผู้ปกครอง ชุมชน และสถานศึกษาสังกัดอื่น เข้ามามีส่วนร่วมด้วย โดยคณะกรรมการรับนักเรียนระดับจังหวัดจะจัดทำแผน ระบบการติดตาม ตรวจสอบ แก้ไขปัญหาและช่วยเหลือดูแลรับผิดชอบผู้เรียนให้มีที่เรียนครบทุกคน

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ตนหวังว่าเรื่องรับนักเรียนจะลดปัญหาเดิมที่พบเจออยู่เป็นเวลานาน เนื่องจากนโยบายมาจากส่วนกลางเป็นหลัก จนภาคปฏิบัติในระดับพื้นที่เกิดปัญหา เมื่อกระจายอำนาจออกไปแต่ละพื้นที่สามารถกำหนดนโยบายและแนวทางการรับนักเรียนให้เป็นไปตามบริบทของพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการ สพท.ได้เรียกร้องขอให้เข้าร่วมเป็นกรรมการ กศจ.โดยตำแหน่ง เพื่อรับทราบปัญหาและเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ถูกต้องด้วย ซึ่งตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คนใหม่ต่อไป สามารถให้ผู้อำนวยการ สพท.ทุกเขตทั่วประเทศ เข้าเป็นกรรมการ กศจ.หรือไม่

“สำหรับ สพฐ.ซึ่งเป็นหน่วยงานส่วนกลาง จะกำหนดนโยบายกว้างๆ และกำหนดปฏิทินการรับนักเรียน เพื่อให้ สพท.และโรงเรียนไปปฏิบัติตาม อย่างไรก็ตามยังมีประเด็นใหญ่ๆ ที่ต้องหารือร่วมกันอีกครั้งหนึ่งไม่ว่าจะเป็น เรื่องเกณฑ์การรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษ 7 ประเภท ที่ปรับลดลงเหลือ 4 ประเภท จะมีทบทวนปรับเปลี่ยนตามบริบทของพื้นที่หรือไม่ รวมถึงการกำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้องในกลุ่มโรงเรียนแข่งขันสูง จะต้องวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียว่าสมควรที่จะปรับเปลี่ยนหรือไม่ รวมถึงข้อร้องเรียนของโรงเรียนเอกชน ถึงแนวทางการรับนักเรียนอนุบาล 3 ขวบ จะเน้นกระจายให้ท้องถิ่นดูแลให้มากขึ้น ส่วนในพื้นที่ ที่ไม่มีโรงเรียนท้องถิ่นรองรับ สพฐ.จะดูแลเอง เป็นต้น ประเด็นเหล่านี้จะรวบรวมเป็นข้อเสนอแนะ จัดทำร่างแนวทางกำหนดนโยบายการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2563 เพื่อหารือกับที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และนำเสนอรัฐมนตรีว่าการ ศธ. พิจารณาให้ข้อเสนอแนะต่อไป เพื่อให้ สพฐ.เร่งดำเนินการจัดทำร่างนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัด สพฐ.ปีการศึกษา 2563 และประกาศให้ผู้ปกครองทราบภายในเดือนกันยายน” นายสุเทพ กล่าว