รศ.ดร.นิษณา นามวาท หัวหน้าภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยว่า ภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มข.ลงนามร่วมมือกับสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี (CARI) จัดตั้งศูนย์ฟีโนมนานาชาติแห่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น (KKUIPC) มีบทบาทสำคัญในการให้บริการตรวจการแสดงออกของยีน แบบแผนโปรตีนและเมแทบอไลต์สำหรับผู้ประกอบการในภาครัฐ และเอกชน ทั้งในอุตสาหกรรมเกษตร อุตสาหกรรมอาหารและยา และอุตสาหกรรมการแพทย์ เพื่อใช้รับรองการก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐศาสตร์ชีวภาพ บริการตรวจวินิจฉัยโรคแบบแม่นยำและเฉพาะบุคคล รวมถึง การให้บริการด้านการฝึกอบรมที่เกี่ยวกับการศึกษาด้านฟีโนมแก่นักวิจัยทั้งภายใน และภายนอก มข.และเพื่อยกระดับ มข.สู่ระดับชาติ และระดับสากล รวมถึงการให้บริการงานทั้งงานวิจัย และงานตรวจวิเคราะห์ทั่วไป โดยเฉพาะในเรื่องของการตรวจสารปนเปื้อนสารพิษ หรือสารสกัดจากธรรมชาติ หรือตรวจองค์ประกอบในผลไม้ พืชผัก และอาหาร พร้อมกับตรวจวินิจฉัยโรคของผู้ป่วยต่างๆ ได้

ศ.นพ.ณรงค์ ขันตีแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มข.กล่าวว่า ในส่วนของงานวิจัยและพัฒนา ที่ผ่านมาคนจะรู้จักคำว่า “จีโนมิกส์” หมายถึง การศึกษาข้อมูลทางพันธุกรรมทั้งหมดที่จำเป็นในการสร้าง และการดำรงชีวิตอย่างปกติของสิ่งมีชีวิต เมื่อวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีได้รับการพัฒนามากขึ้น เครื่องมือวิเคราะห์ชั้นสูงสมัยใหม่มากมาย เช่น Nuclear Magnetic Resonance หรือ NMR Spectroscopy และ Liquid Chromatography Mass Spectrometer หรือ LC-MS ร่วมกับเทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลทางเคมีขั้นสูง หรือ Chemometrics ทำให้ศึกษา “ฟีโนม” ได้ดีขึ้น โดยฟีโนมมิกส์ (Phenomics) คือการศึกษาลักษณะที่แสดงออกโดยการโต้ตอบระหว่างยีนส์ และสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย อาหาร ยา รูปแบบการดำรงชีวิต หรือโรคภัยต่างๆ เพื่อช่วยทำให้เข้าใจว่าสิ่งแวดล้อมดังกล่าวนั้น ส่งผลให้มีความเสี่ยงมาก หรือน้อยต่อโรคต่างๆ ที่คนๆ หนึ่งจะเป็นได้อย่างไร นับเป็นศาสตร์ที่จะช่วยให้ทราบถึงการดำเนินของโรคในแต่ละบุคคล รวมถึง วิธีการรักษาที่เหมาะสมที่จำเพาะต่อบุคคลได้อย่างแม่นยำ ถึงแม้จะป่วยด้วยโรคเดียวกัน แต่เนื่องจากมีลักษณะทางพันธุกรรมที่แตกต่างกัน จึงอาจตอบสนองต่อโรคต่างๆ ได้ไม่เหมือนกัน จึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาแบบจำเพาะบุคคล เพื่อให้เกิดประสิทธิผลในการรักษามากที่สุด
“ศูนย์ฟีโนมนานาชาติขอนแก่น เป็นศูนย์ใหม่ที่ส่งเสริมให้ศึกษา และฝึกอบรมทางการแพทย์ใหม่ๆ ทั้งในประเทศ และระดับนานาชาติ และการใช้เทคโนโลยีแบบนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่สามารถตรวจในระดับของยีน ในระดับของโปรตีน ซึ่งเป็นสารที่มีขนาดเล็กซึ่งมีผลต่อชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นโรคภัยไข้เจ็บ เรื่องของสารเล็กๆ ที่อยู่ในพืชสัตว์สิ่งแวดล้อมต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะทำให้นำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ ศูนย์ฯ ดังกล่าว พร้อมให้บริการแก่ภาครัฐ และเอกชนอย่างครบวงจร รวมถึง สนับสนุนด้านการวิจัย พัฒนา และประกันคุณภาพของโครงการต่างๆ ที่ดำเนินงานภายใต้อุทยานวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองรับการเปิดตลาดไปสู่เศรษฐกิจชีวภาพ ช่วยให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางในอนาคตอันใกล้” ศ.นพ.ณรงค์ กล่าว


