เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน น.ส.อุษณีย์ ธโนศวรรย์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมเสนอให้ ก.ค.ศ.พิจารณาปรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และผู้อำนวยการสพท. โดยส่วนกลางสอบเช่นเดิม แต่ให้มีการขึ้นบัญชีไว้ 2 ปี และปรับหลักเกณฑ์การสอบผู้อำนวยการโรงเรียนและรองผู้อำนวยการโรงเรียน กระจายอำนาจให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ดำเนินการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนด มีการสอบภาค ก และประเมินประวัติการทำงานแบบ 360 องศา แต่ละกศจ.สามารถจัดสอบได้ทันทีที่มีอัตราว่าง ไม่ต้องรอประกาศปฏิทินการสอบจาก สพฐ.เหมือนที่ผ่านมา นั้น ตนยังไม่ทราบรายละเอียดดังกล่าว และยังไม่มีการพูดคุยกับนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) แต่โดยหลักการหากมีการเสนอปรับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือก ต้องรอรัฐมนตรีว่าการศธ. พิจารณา ซึ่งขณะนี้มีหลายเรื่องที่รอรัฐมนตรีว่าการศธ. คนใหม่ ช่วยตัดสินใจ โดยเฉพาะหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ของครู ที่ยังค้างและรอการตัดสินใจจากรัฐมนตรีว่าการศธ. อาทิ หลักเกณฑ์การโอนย้ายครู ซึ่งทางก.ค.ศ. ได้เสนอไปแล้ว แต่ถูกส่งกลับมา ให้รอการพิจารณาจากรัฐมนตรีว่าการศธ. คนใหม่ ดังนั้น ขณะนี้จึงยังไม่สามารถพิจารณาอะไรได้
นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.)นครราชสีมา ในฐานะอดีตประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 7 กล่าวว่า เท่าที่ดูเบื้องต้น เกณฑ์การสอบรองผู้อำนวยการสพท. และผู้อำนวยการสพท. ที่สพฐ.จะเสนอปรับนั้น คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนที่กังวลว่าการประเมิน 360 องศา จะทำให้เกิดการทุจริต เอื้อประโยชน์ให้กับพวกเดียวกันนั้น ต้องดูสัดส่วนคะแนนเกณฑ์ที่จะใช้ประเมิน ซึ่งหากพิจารณาผลการปฏิบัติงาน หรือคุณสมบัติส่วนตัว ก็เป็นเรื่องปกติตามหลักการ ไม่น่าห่วง ทั้งนี้การคัดผู้บริหาร ของศธ.ในช่วงหลังจะใช้เพียงการสอบอย่างเดียวไม่ต้องพิจารณาประสบการณ์ประกอบด้วย ซึ่งยอมรับว่า การประเมิน 360 องศา เป็นหลักการที่ดี มีโอกาสทำให้ได้คนเก่ง คนดีมาทำงาน แต่ขณะเดียวกัน ก็อาจมีการเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคพวกเดียวกันได้ ส่วนการปรับหลักเกณฑ์สรรหารองผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้อำนวยการโรงเรียน ที่กระจายอำนาจให้กศจ. ดำเนินการเองนั้น หลักการเป็นเรื่องดี แต่สพฐ. ต้องมีมาตรการเด็ดขาดดำเนินการทันทีกับผู้ที่สงสัยว่าจะทำการทุจริต
“ส่วนตัวผมไม่กังวลกับหลักเกณฑ์การคัดเลือกที่จะปรับและระบบที่สพฐ. เสนอมาก็ไม่ถือว่าใหม่ มีข้อดี เป็นการแก้ปัญหาขาดแคลนผู้บริหาร อีกทั้งเป็นเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจากระบบนี้ มีโอกาสที่จะได้คนที่เก่ง และดีมาเป็นผู้บริหาร ทางกลับกัน ก็มีโอกาสที่จะมีการโกงเกิดขึ้น เพราะไม่ว่าจะเป็นระบบใด ถ้าคนจะโกง ก็โกงได้อยู่ดี ห้ามไม่ได้”นายอดิศรกล่าว

