เกาต์กินได้!! มข.ชูงานวิจัย ‘ไก่ 3 Low เกาต์กินได้’ ชี้ยูริคต่ำ ตอบโจทย์ผู้ป่วยเกาต์

30.06.19 | 16:10 น.

ศ.ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยว่า ภายหลังรับรางวัลนักวิจัยรางวัลวิจัยเด่น ด้านพาณิชย์ ประจำปี 2561 จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จากผลงาน “ไก่ 3 Low อาหารคุณภาพ เกาต์กินได้” ร่วมกับหน่วยงานรัฐ และเอกชนกว่า 13 องค์กร นั้น งานวิจัยดังกล่าวเริ่มต้นจากปัญหาสุขภาพที่พบว่าคนทั่วโลกมีอัตรการป่วยเป็นเกาต์เพิ่มมากขึ้น ปัญหาการวิจัย คือทำอย่างไรให้ผู้บริโภคทานเนื้อไก่โดยลดอาการเกาต์ มข.ภายใต้การสนับสนุนทุนจาก สกสว.จึงพัฒนาไก่สายพันธุ์ KKU ONE ผสมสายพันธุ์ระหว่างไก่พื้นเมือง (เนื้อเหนียว) กับไก่ทางการค้า (เนื้อหยุ่ย) ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มแน่นกำลังดี เพราะมีจำนวน และขนาดของกล้ามเนื้ออยู่ระหว่างไก่เนื้อทางการค้า และไก่พื้นเมือง ทั้งนี้ เมื่อใช้เครื่องมือแสงซินโครตรอนที่สามารถบ่งชี้ปริมาณสารพิวรีน ซึ่งสัมพันธ์กับกรดยูริค อันเป็นสาเหตุการเกิดโรคเกาต์ในมนุษย์

ศ.ดร.มนต์ชัยกล่าวอีกว่า จากผลการวิจัยพบว่า ไก่สายพันธ์ KKU ONE พบปริมาณกรดยูริคต่ำกว่าไก่เนื้อทางการค้าที่เลี้ยงในโรงเรือนปรับอากาศ เนื่องจากอาหารของไก่เนื้อมีสารพิวรีนสูง ขณะเดียวกันพบว่าสายพันธุ์ KKU ONE มีไขมันในช่องท้องต่ำ และมีโปรตีนชนิดย่อยง่ายสูง มีปริมาณคอเลสเตอรอลต่ำกว่าไก่ทางการค้า ลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ ด้วยคุณสมบัติของการผสมสายพันธุ์ระหว่างไก่เนื้อกับไก่พื้นเมือง จึงได้สายพันธุ์ไก่ที่ตอบทุกโจทย์ปัญหาสุขภาพ นำไปสู่การขับเคลื่อนตลาดเชิงพาณิชย์ KKU ONE จึงเหมาะเป็นอาหารผู้สูงวัย นักกีฬา ซึ่งปัจจุบันโลกก้าวสู่สังคมสูงวัย และผู้รักสุขภาพ

“ปัจจุบันมีการขยายไก่พันธุ์ KKU ONE ให้แก่ตลาดทั้งใน และต่างประเทศ เช่น กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ส่วนในประเทศได้ทำข้อตกลงเป็นไก่ประชารัฐ ตลาดร้านอาหารตำมั่วขึ้นห้าง ฟู้ดแลนด์ สร้างรายได้ให้เกษตรกร โดยประชารัฐส่งเสริมเกษตรกรใน จ.ขอนแก่น กว่า 20 อำเภอให้เลี้ยง และประชารัฐรับซื้อ เกษตรกรจะได้ 20 บาทต่อกิโลกรัม การันตีรายได้ขั้นต่ำ 1 หมื่นบาทต่อเดือน โดยใช้เวลาเลี้ยงเพียง 35 วัน ไม่ต้องมีโรงเรือนปรับอากาศ ประชารัฐจะหักต้นทุนค่าอาหาร และโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเกษตรกร ทั้งนี้ ที่ผ่านมายังไม่มีเกษตรกรขาดทุน แต่กำลังการเลี้ยงไม่ทันต่อความต้องการของตลาด ซึ่งต้องการ 5 พันตัวต่อสัปดาห์” ศ.ดร.มนต์ชัย กล่าว

ศ.ดร.มนต์ชัยกล่าวอีกว่า หากขยายพันธุ์ไก่ตอบสนองต่อตลาดทั้งภายใน และนอกประเทศใน 5 ปี ซึ่งมีความต้องการ 5 ล้านตัว หรือราว 200 ล้านบาท จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจชาติได้อย่างดี ทั้งนี้ ยืนยันว่าสายพันธุ์ไก่พันธุ์ต้นแบบถูกเพาะเลี้ยงสายพันธุ์แท้จาก มข.อย่างไรก็ตาม กรดยูริคนั้น ควบคุมด้วยสายพันธุ์มากกว่าอาหาร โดยมีแนวโน้มจะพัฒนาสายพันธุ์ทำให้ยูริคในไก่ต่ำกว่านี้ในอนาคต นำไปสู่การแก้ไขปัญหาสุขภาพ และขับเคลื่อนชาติด้วยวิจัยและนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ต่อไป

Advertisement