‘ชลำ’ สั่ง สช.จว.เร่งจ่ายเงินเดือน หลังส.ส.โวย ‘ครูตาดีกา’ ไม่ได้ 3 ด. แล้ว

4.07.19 | 16:11 น.

‘ชลำ’ สั่ง สช.จว.เร่งจ่ายเงินเดือน หลังส.ส.โวย ‘ครูตาดีกา’ ไม่ได้ 3 ด. แล้ว

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยกรณีนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.พรรคประชาชาติ ได้ตั้งกระทู้ถามสดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่าได้รับการร้องเรียนจากครูโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามประจำมัสยิด(ตาดีกา) ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จ.นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และบางอำเภอ ในจ.สตูล ไม่ได้รับเงินเดือนมาเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว ขอให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เร่งแก้ไขโดยด่วน ว่า ตนรับทราบปัญหาแล้ว และตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นการเบิกจ่ายเงินเดือนครู จะผูกพันกับจำนวนนักเรียน แต่เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงคาบเกี่ยวกับการนับจำนวนนักเรียนเพื่อรับการจัดสรรงบประมาณรายหัว ในรอบปีการศึกษา 2562 ซึ่งโรงเรียนจะดำเนินการอยู่สองครั้ง คือทุกวันที่ 10 มิถุนายน และ 10 พฤศจิกายน และนำข้อมูลดังกล่าวลงไว้ในระบบการจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล อาจทำให้การดำเนินการส่งข้อมูลจำนวนนักเรียนเพื่อขอรับเงินอุดหนุนรายหัวล่าช้า เพราะเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการต้องทราบจำนวนนักเรียนที่แน่ชัดก่อนจึงจะส่งข้อมูลเพื่อขอรับเงินอุดหนุนต่อไป

“หลังจากที่ทราบเรื่อง ผมสั่งการให้ สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด เร่งเบิกเงินเพื่อใช้จ่ายเป็นเงินเดือนครูทันที เพราะขณะนี้ครูเดือดร้อนหนักมาก เนื่องจากไม่มีเงินเดือนใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ผมจะติดตามสอบถามความคืบหน้ากับ สช.จังหวัด อีกครั้งว่าได้จ่ายเงินเดือนครูหรือยัง และเน้นย้ำให้ สช.ทุกจังหวัด จ่ายเงินเดือนครูเอกชนให้ตรงเวลา” นายชลำ กล่าว

ด้านนายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) กล่าวว่า ภาพรวมการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายหัว เพื่อจ่ายเป็นเงินเดือนครูนั้น การเบิกจ่ายเงินทั่วประเทศยังไม่พบปัญหา เพราะ สช.จะจ่ายเงินส่วนนี้ผ่าน ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ในวันที่ 25 ของทุกเดือน และทาง ศธจ.จะจ่ายเงินให้โรงเรียนเอกชนในจังหวัดต่อไป ที่ผ่านมาทาง สช.ได้จ่ายเงินให้ตรงเวลา ขึ้นอยู่กับทางโรงเรียนในการบริหารจัดการจ่ายเงินเดือนให้ครู ซึ่งอาจจะมีบางโรงเรียนที่เงินไม่พอจ่ายเงินเดือนครู เนื่องจากจำนวนนักเรียนที่น้อย เป็นต้น

“อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อัตราการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายหัว เป็นอัตราที่ถูกกำหนดมาตั้งแต่ ปี 2552 ซึ่งหมายความว่า 10 ปี ที่ผ่านมา การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายหัวของนักเรียนรัฐและเอกชน ยังคงอัตราเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพความเป็นจริง เมื่อมีรัฐบาลใหม่ ผมอยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา (ศธ.) ปรับค่าใช้ค่าเงินอุดหนุนรายหัวให้ตรงกับสถาพความเป็นจริงด้วย”