‘เอกชน’ จี้ สพฐ.กำหนดเงื่อนไขรับ ‘อนุบาล 3 ขวบ’ ชี้หากไม่มีเกณฑ์แน่นอน รับ น.ร.ปี’63 เจอปัญหาเดิม
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) เปิดเผยกรณี นายสนิท แย้มเกษร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ให้ข้อมูลระบุว่า การประชุมรับฟังความคิดเห็นแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มีหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม เช่น ผู้แทนจากโรงเรียนในสังกัด สพฐ. โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เป็นต้น โดยเบื้องต้นมีความเห็นตรงกันว่า สพฐ.ควรกระจายอำนาจการรับนักเรียนลงไปพื้นที่ และให้ส่วนกลางทำหน้าที่เพียงกำหนดนโยบายเท่านั้น ว่า เท่าที่ตนทราบทิศทางต่อไปของการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2563 จะเป็นในลักษณะนี้ เพราะโรงเรียนแต่ละแห่งมีปัญหาเรื่องการรับนักเรียนไม่เหมือนกัน หากสพฐ.กำหนดนโยบายส่วนกลางลงไปและให้โรงเรียนตัดสินใจในรายละเอียดต่างๆ ได้เอง เชื่อว่าแต่ละโรงเรียนจะได้หลักเกณฑ์การรับนักเรียนที่เหมาะสมกับพื้นที่
นายศุภเสฏฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนแนวทางการรับนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 3 ขวบ ตนยังยืนยันคำเดิมว่าต้องการให้ สพฐ.นั้นยึดมั่นในหลักการเดิม ที่หากในพื้นที่มีโรงเรียนสังกัด สช. และอปท. อยู่ โรงเรียนสพฐ.ไม่ควรเปิดรับ ยกเว้นว่าพื้นที่ใดไม่มีโรงเรียนสังกัด สช.และอปท.อยู่ สามารถเปิดรับนักเรียนได้ ที่ผ่านมาพบว่าโรงเรียน สพฐ.เปิดรับนักเรียนอนุบาล 3 ขวบ ทั้งที่โรงเรียนของ สช.อยู่ห่างกันเพียง 1 กิโลเมตร โดยโรงเรียนมักอ้างว่าทำตามนโยบายของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีตรัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ต้องการให้นักเรียนทุกคนมีที่เรียน และอ้างว่าผู้ปกครองต้องการให้บุตรหลานเรียนโรงเรียนนี้ จึงเปิดตามคำเรียกร้องของผู้ปกครอง เป็นต้น ซึ่งสร้างผลกระทบกัน สช.และอปท.อย่างมาก จึงอยากให้ สพฐ.กลับมาใช้หลักการเดิม คือไม่เปิดรับซับซ้อนกันอีก
“ทั้งนี้ ผมอยากให้ทุกฝ่ายร่วมกันสำรวจถึงผลกระทบที่โรงเรียน สพฐ.เปิดรับนักเรียนอนุบาล 3 ขวบ ว่ามีผลกระทบอย่างไรกับโรงเรียนของ สช.และอปท.บ้าง เมื่อได้ข้อมูลแล้ว ก็มาพูดกันด้วยข้อเท็จจริงว่า ควรเปิดหรือไม่เปิดรับ อย่าเอาแต่เรื่องงบประมาณและกำลังคนเป็นที่ตั้ง หากคงนโยบายเดิมและไม่มีนโยบายที่กำกับแน่นอนถึงทิศทางการรับนักเรียนอนุบาล 3 ขวบ เชื่อว่าปีการศึกษา 2563 การรับนักเรียนจะพบปัญหาเดิมที่แก้ไม่ตกเช่นนี้”
นายศุภเสฏฐ์ กล่าว นายศุภเสฏฐ์ กล่าวต่อว่า ในปัจจุบันการเสนอความคิดจากตัวแทนภาคเอกชน ในคณะกรรมการรับนักเรียนระดับจังหวัด มีตัวแทนจะภาครัฐ โดยเฉพาะจาก สพฐ. มากกว่าผู้แทนจากเอกชน เช่นในบางจังหวัดมีผู้แทนจาก สพฐ.ถึง 4 คน ในขณะที่ภาคเอกชน มีผู้แทนเพียง 1 คนเท่านั้น ดังนั้นการจะออกเสียงหรือโหวตเรื่องต่างๆ จะเอนเอียงไปด้านของรัฐทั้งหมด ซึ่งตนรู้สึกไม่เป็นธรรม ควรให้สัดส่วนที่เท่าเทียมกันด้วย

