‘เด็กเข้าวัด ผู้ใหญ่เข้าบาร์’ ดราม่ากันเถิดเรา

19.07.19 | 15:37 น.

“เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ” เป็นคำขวัญวันเด็กแห่งชาติในปีหนึ่งที่ผ่านมานานแล้ว แต่ก็ยังเป็นคำขวัญที่มีความเฉียบแหลมอยู่มากทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับคำขวัญอื่นๆ ที่ผู้นำของประเทศมอบให้เด็กๆ ได้ท่องจำในแต่ละปี

คนเราจะดีได้ ต้องมีวิชาความรู้ ความเข้าใจ อย่างถ่องแท้ และเพียบพร้อมไปด้วยข้อปฏิวัตรปฏิบัติที่ดีงาม จึงจะกลายเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทางพระท่านเรียกว่า “มีวิชา” และ “จรณะ” นั่นเอง

แต่เด็กจะดีได้ และผู้ใหญ่จะดีได้ จำเป็นต้องมีการขยายความให้ชัดเจนยิ่งขึ้น มิเช่นนั้นการคาดหวังซึ่งความดี ก็จะเป็นความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แทนที่ควรจะต้องเป็นไปด้วยกัน

จึงมีคำถามว่า “เด็กควรจะเข้าวัด หรือผู้ใหญ่ควรจะเข้าบาร์หรือไม่” มาช่วยกันวิเคราะห์ และวิจัยกันเถิด

ผู้ปกครองของเด็ก และเยาวชนทุกคน ต่างหวังความสำเร็จทางการศึกษา และการประพฤติดีปฏิบัติชอบของลูกหลานตนเองด้วยกันทั้งนั้น หวังความเจริญรุ่งเรือง และความก้าวหน้าของสมาชิกในครอบครัวกันอย่างถ้วนหน้า

Advertisement

จึงเป็นเหตุให้ผู้ปกครองต่างนำลูกหลานของตนเองเข้าไปรับการศึกษาในสถานศึกษาที่ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถเลือกได้ ไม่ได้ทางตรงก็เอาทางอ้อม จนเคยมีผลกระทบต่อการจัดการศึกษาในภาพรวมครั้งแล้วครั้งเล่า ยุคแล้วยุคเล่า

ผู้บริหารสถานศึกษาถูกตรวจสอบถึงความไม่โปร่งใสทุกยุคทุกสมัย จนมีการเสนอให้แก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด

ดังนั้น การศึกษาจึงถือว่าเป็นหัวใจที่สำคัญยิ่งในการที่จะบ่งบอกถึงอนาคตของเด็กได้เช่นเดียวกัน

เด็กที่มีการศึกษาดี อยู่ในสังคม และสิ่งแวดล้อมที่ดี ย่อมจะมีโอกาสได้รับการพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น ในทางตรงกันข้าม เด็กที่ด้อยโอกาสขาดโอกาสทางการศึกษา รวมถึง อยู่ในสังคม และสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี และไม่ได้รับการพัฒนา โอกาสที่จะเจริญ ก้าวหน้าก็มีน้อยเต็มที

พวกเขาจึงจำเป็นต้องรับชะตากรรมที่เกิดขึ้นมาแล้ว ไม่สามารถเลือกมี หรือเลือกเป็นได้

การศึกษาจึงเป็นหน้าต่างบานแรกที่จะช่วยฉายแวว ให้เด็กมีแนวโน้มไปเป็นเช่นใด ผู้ปกครองจึงมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางลูกหลานของตนเองได้อย่างชัดเจน

การประพฤติดีปฏิบัติชอบก็เช่นเดียวกัน ผู้ปกครองมักมองว่าเป็นเรื่องรองลงมา ถ้าหากลูกหลานของตนเองได้เข้าเรียนในสถานศึกษาที่ดี และมีคุณภาพแล้ว หรือบางทีอาจจะไม่ให้ความสำคัญเลย เพราะมีความมั่นใจว่าสถานศึกษาที่ดี และมีโอกาสนั้น จะเป็นผู้คอยอบรมบ่มเพาะนิสัยใจคอให้กับลูกหลาน จึงเกิดการชะล่าใจ ปล่อยปละละเลยความสำคัญข้อนี้ไป

ในที่สุดก็เกิดความชอกช้ำขึ้นมาให้พบเห็นมาแล้วมากมาย เพราะความมั่นใจ ความไว้วางใจให้กับสถานศึกษานั้นๆ มากจนเกินไป โดยขาดการฝึกอบรมบ่มนิสัยลูกหลานของตนเอง ปล่อยให้คนอื่นทำหน้าที่แทนตนเองของคำว่า “บิดา” และ “มารดา” ไป

สุดท้ายความคาดหวังที่ตั้งไว้ก็พังทลายลงไป

สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลากระทำ หรือสั่งสมวันละเล็กวันละน้อย ทำให้เป็นไปอย่างสม่ำเสมอ คือความรู้ความเข้าใจ กล้ามเนื้อการเจริญเติบโตของร่างกาย ความเค็มของเกลือไม่ว่าอยู่บนบก หรือในท้องทะเลก็ตาม ทรัพย์สินเงินทองต้องใช้เวลาประกอบสัมมาชีพ เก็บเล็กผสมน้อยวันละเล็กวันละน้อยไป ก็มีโอกาสจะกลายเป็นก้อนโต ที่สามารถดำเนินงานทางธุรกิจด้านใดด้านหนึ่งได้ และความดีที่จะต้องใช้เวลา สั่งสมวันละเล็กวันละน้อยเช่นเดียวกัน

ดังนั้น การประพฤติดีปฏิบัติชอบของเด็ก และเยาวชน ซึ่งเป็นลูกหลานของเรานี้ จำเป็นต้องใช้เวลาอบรมบ่มนิสัยอย่างถูกต้อง และสม่ำเสมอ จากข้อวัตรปฏิบัติประจำวันจนกลายเป็นพฤติกรรม และนิสัยใจคอประจำตัวไปในที่สุด ได้กลายเป็นบุคลิกประจำตัวบุคคลนั้นๆ ไปตลอดชีวิต

การที่เด็กหันหน้าเข้าหาความดี คือการหันหน้าเข้าหาวัดและพระพุทธศาสนา ได้กลายเป็นความหวังของผู้ปกครองที่อยากจะให้ลูกหลานของตนเอง “เป็นเด็กดี” ตั้งแต่วัยเยาว์ เพราะเมื่อเด็กดีตั้งแต่เริ่มแรกของชีวิตได้แล้ว ก็น่าจะมีโอกาสฝึกอบรมบ่มนิสัยได้ง่ายยิ่งขึ้น ตรงกับคำโบราณที่กล่าวไว้ว่า “ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก”

เด็กคือหัวใจอันสำคัญของครอบครัว วัดคือศาสนสถานที่สำคัญของพระพุทธศาสนา เป็นสัญลักษณ์แห่งความดี เด็กได้เข้าวัดครั้งคราใด ผู้ปกครองก็มีความสุข และคาดหวังว่าลูกหลานของตนเองจะเป็นเด็กดีมากขึ้น เพราะวัดจะได้ฝึกฝนอบรมบ่มนิสัยให้กับผู้เข้าไปให้ได้รับแต่สิ่งดี มีคุณงามความดีติดตัวออกมา

“ผู้ใหญ่เข้าบาร์” คือ ผู้นำของครอบครัว หรือสังคมหันหน้าเข้าหาอบายมุข คือทางแห่งความเสื่อม ความหายนะให้กับชีวิตอันประกอบไปด้วย การดื่มน้ำเมา การเที่ยวกลางคืน การเที่ยวดูการละเล่น การเล่นการพนัน การคบคนชั่วเป็นมิตร การเกียจคร้านการงานเหล่านี้ เป็นทางแห่งความมืดมนของชีวิต

การเที่ยวกลางคืน เที่ยวตามสถานบันเทิงเริงรมย์ จึงอยู่ในขอบข่ายของสิ่งที่ไม่ดี เพราะจะได้ชื่อว่า ไม่รักตนเอง ไม่รักครอบครัว ไม่รับผิดชอบสังคม นำแต่สิ่งที่ไม่ดีมาให้กับครอบครัวของตนเอง เกิดการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟื่อยเกินตัว ทำให้มีหนี้สินรุงรังกลับคืนมา จนมีผลกระทบต่อครอบครัวของตนเอง หรือแม้แต่การเล่นพนันก็เช่นเดียวกัน ถือว่าเป็นการไม่รักลูกหลานของตนเอง เพราะเป็นการประพฤติที่ผิดศีลธรรม และผิดกฎหมายบ้านเมือง จะอ้างว่าเป็นสิทธิส่วนตัว และเป็นความนิยมชมชอบส่วนตัวได้ก็ตาม แต่เป็นการกระทำที่ผิดทั้งทางโลก และทางธรรม

ดังนั้น ผู้นำในครอบครัว ไม่ว่าสามี หรือภรรยา จะต้องใส่ใจ และตระหนักในเรื่องนี้ให้มาก ถ้างดเว้นได้ ก็จะนำแต่ความสุข ความเจริญ ความก้าวหน้ามาให้กับครอบครัว แต่ถ้างดไม่ได้ ก็มีแต่จะนำชีวิตของเรา และครอบครัวของเราไปสู่ความหายนะชนิด “ตายทั้งเป็น” เพราะเราถูกอบายมุขเข้าครอบงำเสียแล้ว ดังนั้น ผู้ใหญ่ในสังคมทุกระดับชั้น จะต้องตระหนัก และใส่ใจให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ให้มากๆ อย่าให้ตกเป็นทาสของอบายมุข ควรหลีกหนี หรือออกห่างให้มากที่สุด ชีวิตของเราครอบครัวของเรา และสังคมของเรา ก็จะดี และมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น

“เด็กเข้าวัด” คือเป็นการเข้าหาสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่จะนำชีวิตให้เจริญก้าวหน้า และมีความสุขทั้งในระยะสั้น และระยะยาว เป็นวิธีการ และแนวทางที่ควรส่งเสริม และสนับสนุนอย่างยิ่ง ควรปลูกฝังให้เกิดขึ้นในชีวิต และจิตใจลูกหลานของสังคมเราให้มากที่สุด เด็กและเยาวชนจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและจริยธรรม สังคมจะเต็มเปี่ยมไปด้วยคนมีศีล คนมีคุณงามความดีให้พวกเราได้ชื่นชมกัน พร้อมที่จะโน้มน้าวให้ผู้ใหญ่บางคนที่ประพฤติตัวไม่ดีกลับตัวกลับใจมาเอาลูกหลานของเราเป็น “ตัวอย่างที่ดี” ได้

ส่วนผู้ใหญ่เอง จะต้องระลึกอยู่เสมอว่าลูกหลานของตนเองจะมีนิสัยใจคอ หรือพฤติกรรมเป็นไปในด้านใดนั้น ส่วนหนึ่งก็เกิดขึ้นจากการเลียนแบบของผู้นำในครอบครัวนี่เอง เราจึงควรประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งต่อหน้า และลับหลังให้กับสมาชิกในครอบครัวของเรา สุดท้ายครอบครัวของเราก็จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ความสบายกาย สบายใจ อันเกิดขึ้นจากการประพฤติดี ปฏิบัติชอบของผู้นำในครอบครัวนี่เอง

เด็กเข้าวัดจึงเป็นเพียงส่วนประกอบให้เกิดความดีของครอบครัวเรา เด็กดีได้เพราะผู้ใหญ่เป็นคนนำ เด็กตกระกำลำบากเพราะผู้ใหญ่เป็น “ปูขาเก”

อยากจะให้เด็ก และเยาวชน ซึ่งเป็นลูกหลานในสังคมของเรา หรือในครอบครัวของเรา เป็นไปในทางทิศทางใด จึงล้วนแต่เป็นภาระบทบาทหน้าที่ของผู้ใหญ่ในครอบครัว และสังคมเป็นผู้กำหนด เป็นผู้ชี้ทางแสงสว่างให้กับพวกเขา

พฤติกรรม หรือการกระทำที่ไม่ดี ที่ผิดศีลธรรม และผิดกฎหมายบ้านเมือง รวมถึง ผิดจารีตประเพณีที่ดีงามของสังคมเราแล้ว ขอให้ลด ละ เลิกให้หมดไปจากสันดานของเรา และภายในตัวเรา

ตัวเรานี่เองจะเป็นผู้กำหนดชะตาของสังคม และชาติบ้านเมือง

ชีวิตของคนเรายังไม่สายสำหรับการที่จะแก้ไข

ชีวิตของเรายังไม่สายสำหรับการที่จะทำความดี

ชีวิตของเรายังไม่หมดที่จะสร้างตนเองให้ “เป็นตัวอย่างที่ดี” ได้

ขอให้เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ และเวลานี้ ไม่ต้องรอในวันพรุ่งนี้ หรือวันใดวันหนึ่งในวันข้างหน้า เพราะการเริ่มต้นที่ดี และการทำความดี ไม่ต้องรอกาลเวลาที่เป็นมงคล หรือไม่เป็นมงคล ถ้าทำดี คิดดี และพูดดี เป็นมงคลได้ตลอดเวลา

เด็กเข้าวัด ผู้ใหญ่เข้าบาร์ จึงควรเป็นภาพสะท้อนสังคม ที่พวกเราจะต้องตระหนักร่วมกัน เพื่อประโยชน์แก่เด็ก และเยาวชน ซึ่งเป็นลูกหลานของครอบครัว และสังคมเรา ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ก็จะสามารถสร้างสังคมเราให้เป็นปกติสุข มีความเจริญก้าวหน้าได้เช่นเดียวกัน ไม่ต้องรอให้คนนั้น หรือคนนี้มาช่วย เริ่มต้นที่ตัวเราเป็นสำคัญ สิ่งที่ไม่ดีขอให้เลิกละเสียตั้งแต่วันนี้ สิ่งที่ดีที่มีอยู่แล้วนี้ ก็ขอให้ช่วยกันส่งเสริม และสนับสนุนให้มีมากขึ้น สังคมไทยเราจะมีเสน่ห์ และเติบโตขึ้นไปด้วยกันอย่างมีความสุข…

ใช้ชีวิตให้ถูกที่ ใช้ทุกวินาทีให้มีคุณค่า จะนำมาซึ่งความสุข ความเจริญก้าวหน้า ความสมหวังให้กับชีวิต ขอจงมาช่วยกันทำแต่ความดีให้เกิดขึ้นกับทุกส่วนของครอบครัว โดยเริ่มที่ตัวเรา ครอบครัวของเรา ชุมชน หรือหมู่บ้านของเรา สังคมของเรา และประเทศชาติของเรา สิ่งที่ดีจะเกิดขึ้นกับมวลมนุษยชาติในโลกใบนี้อย่างเต็มเปี่ยม และสมบูรณ์ที่สุด