มธบ.ผุด Capstone Project ปั้นอาจารย์ดรีมทีม ทำหน้าที่โค้ชให้นักศึกษา

24.07.19 | 15:45 น.

ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานภาคีสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้จัด Capstone Project for Entrepreneur Workshop ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เป้าหมายอยู่ที่การสร้าง และส่งต่อ พร้อมต่อยอดความรู้ให้ไปยัง 2 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ อาจารย์ผู้สอน และนักศึกษา กิจกรรมพิเศษครั้งนี้จัดขึ้นสำหรับอาจารย์เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็น Startup University ที่พร้อมก้าวเข้าสู่การสอนในยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ ยังร่วมแบ่งปัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจด้านต่างๆ จากองค์กรชั้นนำ โดยโครงการ capstone จัดขึ้นเพื่อเพิ่มพูนทักษะความรู้ให้อาจารย์มีความเชี่ยวชาญที่จะเป็น accelerator ในวิชา capstone project โดยที่อาจารย์ที่เข้าร่วมติวเข้มความรู้ในครั้งนี้ จะนำไปใช้ Coach กับนักศึกษาปี 3

“ในชั้นเรียนปี 1 และ 2 นักศึกษาจะได้รับการพัฒนาทักษะความเป็นผู้ประกอบการ เทคโนโลยี และ Soft skills เมื่อขึ้นปี 3 นักศึกษาต้องมารวมกลุ่มจากเพื่อนต่างคณะ ต่างหลักสูตร เพื่อทำโปรเจคร่วมกัน ในกระบวนการนี้จำเป็นต้องมีอาจารย์ที่มีทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญที่ดูแลนักศึกษาได้ เวิร์กชอปนี้จะเลือกอาจารย์ที่เป็นดรีมทีมขึ้นมาก่อนชุดแรก จากนั้นมองถึงการขยายไปสู่การพัฒนาอาจารย์ทุกคนในมหาวิทยาลัยต่อไป อีกมุมหนึ่งอาจารย์จะได้รับการ Re-skills โดยคนที่ผ่านกระบวนการนี้ จะเป็น New work force ที่สำคัญต่อไปของ มธบ.” ดร.พัทธนันท์ กล่าว และว่า ตัวชี้วัดจากปีที่ผ่านมา มธบ.ส่งนักศึกษาเข้าแข่ง startup Thailand เป็นปีแรก 10 ทีม เข้ารอบ 4 ทีม โดยคว้ารางวัลที่ 2 ของภูมิภาคได้สำเร็จ

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ผู้อำนวยการสถาบัน DPU X แห่ง มธบ.กล่าวว่า อาจารย์ที่เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปจะมาจากทุกคณะ เป็นบุคคลที่เปิดรับ และอยากทดลองทำอะไรใหม่ๆ สิ่งที่สนใจเป็นเรื่อง mind set หรือกระบวนการความคิดมากกว่าเทคโนโลยีที่เป็นแค่เครื่องมือในการใช้งาน แต่หลักคิดในความเป็นมนุษย์ ในความเป็นผู้เชี่ยวชาญในงานกับเครื่องมือใหม่ๆ ควรจะเป็นอย่างไร จะพัฒนาอย่างไรเพื่อให้ใช้ศักยภาพ จุดประสงค์หลักของ Capstone วัดได้ที่นักศึกษา แม้ไม่คาดหวังว่าทุกคนต้องได้ แค่ให้ส่วนใหญ่รับรู้ และเข้าใจแนวคิดนี้ในเชิงลึก ทำซ้ำไปเรื่อยๆ แล้วจะเห็นผล ค่อยๆ สะสมไปเรื่อยๆ จนเกิดเป็นวัฒนธรรมระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา

ดร.รชฏ ขำบุญ รองคณบดีสายงานวิชาการ วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี กล่าวว่า ทักษะความรู้ที่ได้จากโครงการนี้ เกิดข้อดี 2 ส่วน คือนักศึกษาสร้างธุรกิจใหม่ได้ และการปรับมุมมองคิดที่จะปรับธุรกิจเดิมๆ สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น ไม่ใช่นักศึกษา 100% ที่จบแล้วไปเป็นสตาร์ทอัพ ส่วนหนึ่งอาจต้องทำงานในบริษัทใหญ่ ซึ่งต้องมีความรู้ด้านการสร้างนวัตกรรม หรือคิดปรับปรุงช่วยประโยชน์ให้องค์กร เพราะไม่ว่าจะเป็นสตาร์ทอัพ หรือทำงานในองค์กร หลักการเดียวกันคือ การเข้าใจลูกค้า หาความต้องการของลูกค้าแล้วสนองตอบให้ได้มากที่สุด กิจกรรมเวิร์กชอปพยายามนำเสนอเครื่องมือที่หลากหลาย ที่จะเอาไปใช้ในการค้นหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ตนสอนปริญญาโท ได้เอาประสบการณ์จากการอบรมไปสอน โดยให้นักศึกษาจับกลุ่ม 3 คน เช่น วิศวะ การตลาด บัญชี แล้วทำธุรกิจอาหารเสริม ปรากฏว่าได้กำไรเป็น 10 ล้านบาท

ผศ.ณธกร อุไรรัตน์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้ร่วมกิจกรรมเวิร์กชอป Capstone Project กล่าวว่า After school hub เป็นผลงานที่นำเสนอภายใต้การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เริ่มจากมองปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเอง และคนใกล้ตัว รวมถึง การสอบถามกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นคนพ่อแม่วัยทำงาน พบว่าการเดินทางไปรับลูกวัยประถมศึกษาหลังเลิกเรียนไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ อีกต่อไป โรงเรียนเลิกบ่าย 3 โมง ต้องฝ่าจราจรติดขัด หลายครั้งไปไม่ทันเวลานัดหมาย ไอเดียที่ทางทีมนำเสนอว่าควรจะทำศูนย์รับดูแลเด็กหลังเลิกเรียน เพื่อรอจนกว่าผู้ปกครองจะมารับในตอนเย็น หรือค่ำ โดยมีกิจกรรมต่างๆ เสริม ข้อดีของกิจกรรมนี้ อาจารย์ผู้สอนเอาไปปรับใช้กับการสอนจริงในคลาส เรียนรู้จากของจริง ซึ่งได้ผลมากกว่าการเลคเชอร์อย่างเดียว ที่สำคัญบางไอเดียที่นำเสนออาจพัฒนาเป็นธุรกิจจริงได้ในอนาคต โดยอาจารย์ได้เปลี่ยนบทบาทเป็นโค้ช

Advertisement

ผศ.ดร.เนื่องวงศ์ ทวยเจริญ รองคณบดีฝ่ายวิชาการวิทยาลัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ (CITE) กล่าวว่า กลุ่มได้นำเสนอโปรเจคเว็บสอนภาษาไทยสำหรับนักศึกษากัมพูชา เพราะแรงงานกัมพูชาต้องการเรียนภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ก่อนทำโมเดลเห็นว่ามีเว็บไซต์สอนภาษาต่างประเทศมาก แต่ไม่มีภาษากัมพูชา ทางกลุ่มจึงคิดทำโมเดลการเรียนออนไลน์ขึ้นมา ทั้งเรียนเป็นกลุ่ม ไลฟ์สอนสดโดยนัดเวลาเรียน จากปีแรกที่เข้าร่วมเวิร์กชอป Capstone จนถึงปีนี้ ได้นับโมเดลวิธีคิด และการโค้ชไปใช้กับนักศึกษามาแล้ว ทั้งการสอดแทรกมุมมองความเป็นผู้ประกอบการให้นักศึกษาได้ฝึกเขียนแผนธุรกิจ รวมถึง การเชิญผู้รู้จากใน และต่างประเทศ มาถ่ายทอดประสบการณ์ ทำให้ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ซึ่งช่วงแรกนักศึกษาคิดหัวข้อโปรเจค จะเลือกจากสิ่งที่อยากทำ หรือไม่ก็เว็บขายของ มาวันนี้วิธีคิดเปลี่ยนไป เริ่มคิดจากลูกค้าว่ามีปัญหาอะไร แล้วช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร