‘กพฐ.’ เล็งชง รับนักเรียนปี’63 ให้ ‘ณัฏฐพล’ เคาะ ส.ค.นี้
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่าหลังจากที่ประชุม กพฐ.เห็นชอบหลักการนโยบายการรับนักเรียน ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปีการศึกษา 2563 แล้ว ซึ่งขณะนี้ สพฐ.อยู่ระหว่างการจัดทำร่างหลักการนโยบายการรับนักเรียน ปี 2563 คาดภายในเดือนสิงหาคม จะสามารถเสนอ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พิจารณาและเสนอแนะได้ หลักการเบื้องต้นของเกณฑ์รับนักเรียน ปี2563 จะเน้นการกระจายอำนาจให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ในส่วนของ สพฐ.จะกำหนดหลักการเป็นกรอบกว้างๆ เช่น กำหนดจำนวนอัตรานักเรียนต่อห้อง ในระดับชั้นอนุบาล 30 คนต่อห้อง ในระดับชั้นมัธยมศึกษาไม่เกิน 40 คนต่อห้องกำหนดปฏิทินการรับนักเรียนให้รับพร้อมกันทั่วประเทศ เป็นต้น
นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ดังนั้นหากโรงเรียนที่มีศักยภาพสูง หรือมีอัตราแข่งขันสูง ต้องการรับนักเรียนด้วยการสอบ 100% เป็นอำนาจของ กศจ.และ สพท.ให้การตัดสินใจ และกำหนดว่าโรงเรียนใดถือเป็นโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง รวมถึงการกำหนดเขตพื้นที่บริการของโรงเรียน โรงเรียนที่มีศักยภาพสูงบางแห่งอาจกำหนดเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนครอบคลุมทั่วประเทศ เช่นเดียวกับโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา หรือโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ แต่โรงเรียนแข่งขันสูงบางแห่ง อาจกำหนดเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนให้ครอบคลุมทั้งจังหวัดที่โรงเรียนตั้งอยู่ก็ได้ ตนมองว่าการกระจายอำนาจในลักษณะนี้ จะทำให้ กศจ.และ สพท.กำหนดหลักเกณฑ์การรับนักเรียนได้เหมาะสมกับศักยภาพของโรงเรียน และบริบทของจังหวัดนั้น
“นอกจากนี้ผมได้รับข้อมูลมาว่า มีโรงเรียนขนาดเล็กที่เปิดสอนระดับชั้นประถมศึกษาบางแห่งจำนวนนักเรียนลดลง แต่ไม่อยากจะควบรวมโรงเรียน จึงเปิดรับนักเรียนระดับชั้นอนุบาลขึ้นมา โดยอ้างว่าจัดการศึกษาตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เพื่อรับเงินอุดหนุนรายหัวและทำให้โรงเรียนไม่ถูกยุบ ซึ่งการเปิดสอนระดับอนุบาลนี้ โรงเรียนไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ ครูไม่มีความพร้อม และการเปิดสอนระดับอนุบาลต้องจัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับนักเรียนด้วย ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีเหตุผล ไม่สามารถแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กได้ หากต้องการแก้ไขปัญหานี้ให้สำเร็จผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพการศึกษาของนักเรียนมากกว่าสถานภาพของตนเอง จึงขอเน้นย้ำว่า ต่อไปการรับนักเรียนในระดับอนุบาล 3 ขวบ หากพื้นที่ใดที่มีโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) อยู่ โรงเรียนในสังกัด สพฐ.จะไม่เปิดรับนักเรียนอนุบาล 3 ขวบ แต่ถ้าในพื้นที่ ไม่มีโรงเรียนในสังกัด อปท.และ สช.อยู่ หากโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ต้องการเปิดสอนต้องทำเรื่องขออนุมัติจาก กศจ.ต่อไป”นายเอกชัย กล่าว

