เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ตามที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการอว. มอบหมายให้ไปดูรายละเอียดการปรับปรุงมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (มคอ.) ให้ได้ข้อสรุปภายใน 3 เดือน ว่า มคอ. เป็นเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรซึ่งประกาศมาตั้งแต่ปี 2558 และปรับปรุงล่าสุดเมื่อปี 2561 ดังนั้น ต้องหารือกับรัฐมนตรีว่าการอว. ว่า การปลดล็อกครั้งนี้ วัตถุประสงค์หลักคืออะไร ต้องการปรับเพื่อให้มหาวิทยาลัยแสดงศักยภาพได้เต็มที่ หรือ ต้องการเติมพลังให้มหาวิทยาลัยในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ปลัดอว. กล่าวต่อว่า จากนั้นจึงจะสามารถมาดูว่าอะไรบ้างที่เหมาะสมกับยุคสมัยปัจจุบันที่การเรียนการสอนเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก อาทิ เด็กทุกวันนี้ไม่ได้เรียนเพื่อต้องการปริญญา มหาวิทยาลัยต้องปรับตัว โดยอาจเปิดสอนเป็นหลักสูตรเฉพาะที่คนสนใจเรียน หรือเปิดโอกาสให้มีการเรียนแบบเก็บหน่วยกิต ข้ามสถานศึกษาได้ เป็นต้น เพื่อจัดทำข้อเสนอเบื้องต้น ส่งให้คณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) คณะกรรมการมาตรฐานอุดมศึกษา (กมอ.) เห็นชอบ โดยคาดว่าจะจัดทำข้อเสนอเบื้องต้นได้ทันภายใน 3 เดือน ส่วนการปรับมากน้อยแค่ไหนนั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบ ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ซึ่งบางอย่างจำเป็นต้องปรับ ก็ปรับ บางอย่างที่ไม่ทันสมัย ไม่เข้ากับยุคปัจจุบัน หากจำเป็นต้องยกเลิก ก็ต้องเลิก
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า เชื่อว่ามหาวิทยาลัยทุกแห่งรู้สึกเช่นเดียวกันว่า มคอ. สร้างภาระในการทำงานให้กับมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอาจารย์ที่ต้องกรอกข้อมูลรายละเอียดค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรต่าง ๆ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ทำอยู่แล้ว เพราะต้องใช้ในการประเมินเพื่อเข้าสู่การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก โดยใช้มาตรฐานระดับสากล แต่ก็เข้าใจว่ายังจำเป็นต้องมีมคอ. กำกับดูแลหลักสูตรอยู่ด้วย เพราะมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีมาตรฐานไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงอาจไม่จำเป็นต้องยกเลิก มคอ.แต่ขอให้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีความคล่องตัว
“ส่วนที่นายสุวิทย์ จะเข้าร่วมรับฟังปัญหาของทปอ.ในการประชุมทปอ.วันที่ 25 สิงหาคม ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) นั้น ได้เตรียมข้อมูลรายงานรัฐมนตรีว่าการอว.หลายเรื่องทั้งการปรับการรับสมัครการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือทีแคส ประจำปีการศึกษา 2563 ตัวเลขความต้องการกำลังคนของประเทศในสาขาต่าง ๆ กำลังการผลิตของมหาวิทยาลัย รวมถึงความจำเป็นที่ต้องรับการสนับสนุนจากรัฐบาลในด้านต่าง ๆ เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศได้” นายสุชัชวีร์ กล่าว

