ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานภาคีสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) กล่าวในการเปิดงานเสวนาโต๊ะกลม หัวข้อ “สงครามการค้าจีน – สหรัฐอเมริกา ฟ้าสว่าง หรือทางมืด หลังเวที G20” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน และ CIBA มธบ.ว่า การจัดเวทีนี้ ถือเป็นความร่วมมือระหว่าง สมาคมฯ และ CIBA จากสงครามการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ อย่างจีน และสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อไทยอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะโตต่ำกว่าเป้า หรือตัวเลขการส่งออกที่ลดลง ล่าสุด ค่าเงินบาทที่แข็งค่า ล้วนเป็นผลกระทบที่จะอยู่นิ่งต่อไปไม่ได้ จึงเป็นที่มาของการจัดเสวนาในครั้งนี้
ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจและการบัญชี (CIBA) มธบ.กล่าวว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน ทำให้เศรษฐกิจโลกตื่นตัว ขณะเดียวกันในฐานะสถาบันการศึกษา ต้องพิจารณาในเรื่องความรู้ การค้า เศรษฐกิจ และการลงทุน ที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับไทย และคนไทยเองจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง
นายชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน กล่าวว่า ที่เลือกประเด็นนี้ เพราะการที่ประเทศมหาอำนาจ มีปัญหากัน กลายเป็นเรื่องที่กระทบไปทั่วโลก ครั้งแรกคิดว่าไม่เท่าไหร่ เพราะทะเลาะกันไปก็เจ็บตัวกันเปล่าๆ แต่ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น เพราะดูท่าทีว่าจะยาว ทั้งนี้ จากการตั้งข้อสังเกต หลังจากจบการประชุม G20 เหมือนทั้ง 2 ประเทศจะยุติปัญหากัน แต่หากดูจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา เคยทะเลาะกันแบบนี้ และพักยกไปได้ 90 วัน ก็กลับมาทะเลาะกันใหม่ ครั้งนี้จึงเหมือนสงบศึกชั่วคราว โดยจีนเองพยายามที่จะไม่ใช้คำว่าสงคราม เปลี่ยนมาใช้คำว่าการมีปฏิสัมพันธ์ แต่สื่อไทย และสื่อทั่วโลกยังคงใช้คำนิยามว่าสงครามอยู่
“การจัดเสวนาในครั้งนี้ มีหลากหลายประเด็นที่ผู้เข้าร่วมเสวนาสะท้อนมุมมองให้เห็นชัดเจนมากอย่างขึ้น เช่น การประชุม G20 เป็นเพียงมุมมองหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าติดตามข่าวจะเห็นว่า มีการวิเคราะห์ ติดตามข่าวสารหลากหลาย บางคนมองถึงขนาดที่ว่า 2 ประเทศมหาอำนาจ ไม่มีทางเลิกสงคราม เพราะจีนเองบอกว่าถ้าจะเลิกสงคราม ทางสหรัฐต้องยกเลิกนโยบายภาษีก่อน หรือบางคนมองว่าประธานาธิบดีสหรัฐต้องการนำเรื่องนี้มาใช้ในการหาเสียง แล้วถ้าชนะการเลือกตั้ง จะทำให้สงครามหนักขึ้นไปอีก เพราะสะท้อนว่ามีแรงสนับสนุนแนวคิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง” นายชัยวัฒน์ กล่าว
นายชัยวัฒน์กล่าวอีกว่า ประเด็นสุดท้าย จีนสถาปนาครบรอบ 70 ปี ย้อนกลับไปจีนเปิดประเทศแค่ 40 ปี และตลอดระยะเวลา 40 ปี จีนสามารถพัฒนาแบบก้าวกระโดดจนแซงสหรัฐไปแล้ว สิ่งที่ประธานาธิบดีสหรัฐกลัว คือการที่จีน ประกาศ 2 เรื่อง เรื่องแรกเมื่อปี 2025 จีนประกาศเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี และเรื่องที่ 2 ประกาศผลักดันเส้นทางสายไหม โดยใช้เป็นตัวเชื่อมโลก และจีนพร้อมเปิดค้าขายกับทุกประเทศ ในทางกลับกัน จีนกลายเป็นผู้นำการค้าเสรี แต่สหรัฐกลับหันมากีดกั้ทางการค้าเสียเอง

