เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ได้หารือผู้แทนโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ซึ่งขอให้ทบทวนอัตราค่าใช้จ่ายรายบุคคลของนักเรียนโรงเรียนการกุศล เนื่องจากอัตราที่รับอยู่ ใช้มาตั้งแต่ปี 2545 ขณะที่ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ใช้อัตราใหม่ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) คำนวณและประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งโรงเรียนทั่วไปสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในส่วนที่เพิ่มขึ้นได้ แต่โรงเรียนการกุศลไม่สามารถเรียกเก็บได้ เพราะมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2539 กำหนดอยู่ ทั้งนี้จะนำเรื่องนี้ไปหารือระดับนโยบายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน(ส.ปส.กช.) กล่าวว่า ตน พร้อมด้วยผู้แทนสมาคมการศึกษาเอกชนต่างๆ กว่า 10 สมาคม และนายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ได้เข้าพบนางกนกวรรณ โดยได้แจ้งให้ทราบว่า ในปีการศึกษา 2562 นี้ นักเรียนโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศลดลงเกือบ 40,000 คน โรงเรียนเอกชนต้องปิดตัวลงประมาณ 100 โรงเรียน นอกจากนี้ได้ขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยเหลือโรงเรียนเอกชน 3 ประเด็น คือ 1.ขอให้จัดสรรงบโครงการอาหารกลางวันนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1-ป.6 ให้นักเรียนที่เรียนในโรงเรียนไทยทุกคน ไม่ว่าสังกัดใด และจัดสรรงบค่าใช้จ่ายรายบุคคลให้นักเรียนอัตราร้อยละ 100 โดยทยอยปรับเพิ่มจากปัจจุบันที่ได้รับอุดหนุนในอัตราร้อยละ 70 เพื่อโรงเรียนไม่เก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา โดยเฉพาะระดับอนุบาลปีที่ 1 – 3 ควรเริ่มให้เรียนฟรีก่อน
นายศุภเสฏฐ์ กล่าวต่อว่า 2.ขอให้ครูโรงเรียนเอกชนได้รับสิทธิ วิทยฐานะ สวัสดิการต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องค่ารักษาพยาบาล ใกล้เคียงกับหน่วยงานภาครัฐ และ3.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งในวันที่ 1 มกราคม 2563 จะเริ่มเก็บภาษี ตามพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทำให้สถานศึกษาแบกรับภาระภาษีโรงเรือนเพิ่มและอาจจะต้องเลิกกิจการอีก ทั้งนี้ นางกนกวรรณ ได้ตั้งคณะทำงานมาคุยรายละเอียดกับสช. และ ส.ปส.กช. แล้ว

