เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พบตัวแทนประชาคม มธ. โดยมี น.ส.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ. และคณบดีคณะต่างๆ ร่วมหารือ น.ส.เกศินีกล่าวว่า วิสัยทัศน์ของ มธ.ในวาระครบรอบ 85 ปี คือ จะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการสร้างผู้นำรุ่นใหม่เพื่อสังคมไทยและนานาชาติ และก้าวต่อไปของ มธ.คือ จะดำเนินการโครงการสันติประชาธรรม โดยใช้องค์ความรู้ด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ มาช่วยลดปัญหาสังคมและเพิ่มความสุขให้กับคนในสังคมไทย ทั้งส่งเสริมสตาร์ตอัพ 1,000 รายต่อปี เพื่อเป็นฮับของสตาร์ตอัพ เป็นตลาดวิชาออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์การศึกษาตลอดชีวิต เป็นต้น
นายสุวิทย์กล่าวว่า มธ.มีจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ตลอด 85 ปีที่ผ่านมา มีจุดเริ่มต้นจากการเป็นมหาวิทยาลัยเปิด เป็นตลาดวิชา และเข้าสู่ระบบปิด แต่ขณะนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงกลับมาสู่มหาวิทยาลัยเปิดอีกครั้ง มธ.มีประสบการณ์ของการเป็นมหาวิทยาลัยเปิด ดังนั้น ตนจึงฝากโจทย์ให้ มธ. ขอให้ มธ.เป็นต้นน้ำของความคิดที่จะตอบโจทย์ของประเทศและของโลก ผ่านมุมมองด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดแข็งของ มธ. เพื่อนำไปสู่การเป็นสังคมเปิด สิ่งที่ตนอยากฝากไว้คือ อยากให้ มธ.เป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งทำนวัตกรรมด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยหลักในการทำวิจัยด้านสังคมศาสตร์มนุษยศาสตร์แห่งอนาคต เช่น ประชาธิปไตยในศตวรรษที่ 21, กฎหมายสำหรับศตวรรษที่ 21 ที่จะสามารถตอบโจทย์โลกในอนาคต เป็นต้น
รัฐมนตรีว่าการ อว.กล่าวต่อว่า มธ.มีจุดเด่นอีกเรื่องคือ การดำเนินการเรื่องสตาร์ตอัพ ปีละ 1,000 ราย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ อว. ที่มีการจัดตั้งกองทุนยุวสตาร์ตอัพ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ได้ฝาก มธ.คือ ขอให้มีสตาร์ตอัพด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สตาร์ตอัพด้านการเมือง เช่น สร้างนวัตกรรมทางการเมือง หรือหาวิธีสร้างนักการเมืองใหม่ๆ ให้มากขึ้น เป็นต้น
“มธ.มีเอกลักษณ์ ที่มหาวิทยาลัยอื่นไม่สามารถทำได้หลายเรื่อง โดยเฉพาะการมีองค์ความรู้เรื่องสันติประชาธรรม ของ ศ.ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ อดีตอธิการบดี มธ. ผมถือเป็นเรื่องใหญ่และให้ความสำคัญ และอยากให้เป็นตักศิลาของสังคมไทย ที่จะนำองค์ความรู้มาบูรณาการเพื่อตอบโจทย์สังคมได้ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การเมือง สังคม” นายสุวิทย์กล่าว

