ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน องค์การช่วยเหลือเด็กรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักให้สาธารณะชนเรื่องโอกาสในการศึกษาที่ไม่เท่าเทียมกันของเด็กผู้หนีภัยจากสงคราม, กลุ่มชาติพันธุ์ และเด็กต่างด้าว ได้จัดอภิปรายเรื่องการศึกษาในและนอกระบบจากกระทรวงศึกษาธิการ ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆนี้
นางอลิสัน เซลโควิซ ผู้อำนวยการองค์การช่วยเหลือเด็ก ได้กล่าวว่า หากเด็กต่างด้าวและเด็กที่หนีภัยสงครามภัยไม่ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม พวกเขาจะไม่ได้รับโอกาสที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของเขาและครอบครัว ความแตกต่างทางภาษากลายเป็นอุปสรรคสำหรับเด็กในการเรียนรู้ในโรงเรียนและการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย ดังนั้นเด็กเหล่านี้ควรได้รับการสนับสนุน ด้วยปณิธานที่จะเสริมสร้างสภาพการเรียนรู้ของเด็กทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กไทยหรือต่างชาติ โครงการรณรงค์ของเรามุ่งหวังที่จะสร้างความตระหนักรู้ของสังคมและปรับเปลี่ยนทัศนคติของสังคมที่มีต่อเด็กต่างชาติในเมืองไทย
“ถ้าเราสามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติของคนไทยเกี่ยวกับเด็กกลุ่มนี้ เราก็จะประสบผลสำเร็จในการให้เด็กสามารถเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมและมีความสุขในการเรียนรู้ตามสิทธิของเด็กที่พึงมีพึงได้ เราเชื่อว่าถ้าทุกคนร่วมมือร่วมใจกันเราจะสามารถทำให้เด็กเหล่านั้นสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้ดีขึ้นได้” นางอลิสันกล่าว
นางอลิสันได้กล่าวเน้นย้ำอีกว่า “ถ้าเราพัฒนาไปในทางที่ถูกต้อง การศึกษาจะช่วยส่งเสริมสุขภาวะ ขจัดความยากจนและความหิวโหย การสนับสนุนให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยมีข้อดีหลายประการ และต้องเริ่มจากการพัฒนาการศึกษาที่มีคุณภาพ”
นายฮิวจ์ เดลานีย์ หัวหน้าฝ่ายการศึกษา กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า การศึกษาที่มีคุณภาพจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการพัฒนาของเด็กและการมีส่วนร่วมในสังคม การศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับเด็กทุกคนจะเป็นกุญแจสำคัญในการลดความยากจน และขจัดความไม่เท่าเทียมในสังคมในประเทศไทย การสนับสนุนให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยโดยรวม
นายฮิวจ์ กล่าวว่า องค์การช่วยเหลือเด็กมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างต่อเนื่องและสนับสนุนกระทรวงศึกษาธิการในการดำเนินงานและติดตามประเมินผล “นโยบายการศึกษาเพื่อปวงชน” องค์การช่วยเหลือเด็กเชื่อว่าการศึกษาเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและเด็กทุกคนต้องได้รับสิทธิ์นี้โดยไม่แบ่งแยก เพศ ศาสนา ชาติพันธุ์ หรือสถานะทางการเงิน

เดบาร่าห์ ซี เวชชาชีวะ (วงบาซู) นักร้องและนักแสดงชื่อดัง กล่าวว่า “พวกเราทุกคนโชคดีที่ได้มาอยู่จุดนี้ บางคนทำงานหนักเพื่อมาอยู่ที่จุดนี้ แต่ยังมีอีกหลายคนที่เกิดมาในครอบครัวที่มีพร้อมทุกด้าน ฉันมาที่นี่เพื่อเด็กกลุ่มนี้เพราะพวกเขาไม่ได้โชคดีเช่นเรา พวกเขาไม่ควรจะถูกโชคชะตาลงโทษเพียงเพราะว่าเขาเป็นเด็กต่างชาติ ฉันขอเชิญชวนทุกคนให้โอกาสเด็กได้เข้าโรงเรียนที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้”
นายอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม นักแสดง ผู้ที่เข้าร่วมรณรงค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในหลายๆ ด้านในช่วงปีที่ผ่านมากล่าวว่า “เด็กต่างชาติและเด็กผู้หนีภัยจากสงคราม มีสิทธิเท่าเทียมกันเหมือนเด็กของเราทุกคนที่จะสร้างอนาคตของพวกเขา การให้โอกาสในการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมจะเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของเด็กทุกคน”

อนึ่งพบว่าแม้ว่าจะมีนโยบาย “การศึกษาเพื่อปวงชน” ตั้งแต่ปี 2542 ยังมีเด็กต่างชาติประมาณ 61% ไม่ได้อยู่ในระบบโรงเรียน ซึ่งหมายความว่า 6 ใน 10 ของเด็กต่างชาติไม่ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม ซึ่งทำให้เด็กขาดโอกาสที่จะมีชีวิตที่ดีกว่าในอนาคต
อย่างไรก็ตามเพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการและวิธีการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลง กรุณาเข้าเยี่ยมชมเพจ องค์การช่วยเหลือเด็กทางเฟซบุ๊ค “Save the Children in Thailand”
