เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีที่คุณหญิงสุริยา รัตนกุล อาจารย์พิเศษ วิทยาลัยศาสนศึกษา เตรียมเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกสภา มม., ประธานสภาคณาจารย์ มม.,รักษาการอธิการบดี มม.และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ขอให้สรรหาคณบดีวิทยาลัยศาสนศึกษาโดยเร็ว และขอให้เปลี่ยนตัวรักษาการคณบดีวิทยาลัยศาสนศึกษา เนื่องจาก นพ.สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์ รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา มม.และรักษาการคณบดีวิทยาลัยศาสนศึกษา มาเป็นเวลา 16 เดือน แต่ไม่ได้ทำให้วิทยาลัยพัฒนา หรือก้าวหน้า และมีปัญหาในการบริหารงาน สร้างรอยร้าวฉานให้เกิดในวิทยาลัย รวมถึง ห้ามไม่ให้อาจารย์เก่าสอนทั้งที่ขาดอาจารย์ ว่า 1.ช่วงที่ นพ.สุวัฒน์เข้ามารักษาการคณบดี วิทยาลัยอยู่ในช่วงประสบปัญหาหลายอย่าง ทั้งด้านการเงิน สืบเนื่องจากการบริหารงานของอดีตคณบดี ปัญหาการปรับปรุงหลักสูตรปริญญาตรี โท และเอก การร้องเรียนเรื่องการให้บริการ และปัญหาการบริหารงานภายใน โดย 16 เดือนที่ผ่านมา ได้ปรับปรุงระบบต่างๆ ทั้งด้านการเงิน และบุคลากร จนสถานการณ์ดีขึ้น รวมถึง ปรับปรุงหลักสูตร จนนักศึกษาปัจจุบันลงชื่อเสนออธิการบดี ให้ นพ.สุวัฒน์รักษาการต่อ
2.การบริหารภายใน ที่ผ่านมาไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบของวิทยาลัย ทำให้เกิดปัญหาในการบริหารงานบุคคล เช่น เพิ่มเงินเดือนพนักงานสูงเกิน การคัดเลือกบุคลากรโดยไม่มีเกณฑ์ชัดเจน ขาดการตรวจเอกสารจนเกิดปัญหาต้องตามแก้ ปัจจุบันจึงต้องนำระเบียบต่างๆ ของ มม.มาใช้อย่างจริงจัง และตั้งกรรมการหาข้อเท็จจริงกรณีที่มีการร้องเรียน 3.การไม่ให้อาจารย์ผู้ใหญ่สอน เนื่องจากประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ.2558 ข้อ 10.1.3 อาจารย์ผู้สอน กำหนดให้อาจารย์พิเศษต้องมีชั่วโมงสอนไม่เกินร้อยละ 50 ของรายวิชา โดยมีอาจารย์ประจำรับผิดชอบรายวิชานั้น แต่ที่ผ่านมา อาจารย์ผู้ใหญ่ที่เป็นอาจารย์พิเศษสอน 100% และสอนเทอมละ 3-4 วิชา ถือว่าผิดระเบียบ ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ศธ.อีกทั้ง บางเทอมไม่มีวิชาสอน หรือสอน 1 วิชา จากภาระงานขั้นต่ำ 2 วิชา ถือว่าสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน
4.กรณีอาจารย์ไม่เพียงพอนั้น มีอาจารย์เรียนต่อปริญญาเอกเพียง 1 ราย โดยวิทยาลัยเปิดรับตำแหน่งอาจารย์เพิ่มเติมแทนที่ลาออก 2 ราย และที่อาจารย์น้อยเพราะนำตำแหน่งไปปรับเป็นตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ และไม่ได้วางแผนพัฒนาอย่างเป็นระบบ ทำให้ไปเรียนต่อโดยไม่ตรงความต้องการของ มม. 5.กรณีจ้างอาจารย์ฝรั่งที่ถูกอ้างว่าจ้างมาสอนวิชาพุทธศิลป์ เป็นอาจารย์ตั้งแต่สมัยอดีตคณบดี จบปริญญาเอกสาขา Religious Studies (First Class honors) จากฝรั่งเศส และเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ ปรัชญา และศาสนาในเอเชีย 6.เรื่องการให้คนออกหลายคนนั้น ยุค นพ.สุวัฒน์มีอาจารย์ลาออก 3 ราย คนแรกเกษียณ และไปทำงานต่อที่มาเลเซีย คนที่สองย้ายไปทำงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคนที่สามย้ายกลับไปสอนที่ฮ่องกงเนื่องจากภรรยาเป็นชาวจีน ส่วนพนักงานสายสนับสนุน ไม่ต่อสัญญาให้ผู้ช่วยอาจารย์ 2 ราย เนื่องจากมีปัญหาในการทำงาน
“และ 7.วิทยาลัยขอชี้แจงว่าการรักษาการคณบดีในช่วง 16 เดือนที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงสั้นๆ ที่ได้ปรับปรุงระบบการทำงานภายในวิทยาลัยให้สอดคล้องกับระเบียบ มม.ตรงตามเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งวิทยาลัย มีความยุติธรรม ไม่มีระบบอุปถัมภ์ โปร่งใส ตรวจสอบได้” แถลงการณ์ระบุ
นายชยานันท์ มโนเกษมสุข นายกสมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยศาสนศึกษา กล่าวว่า สมาคมศิษย์เก่าทราบปัญหานี้มาบ้าง และเท่าที่ฟัง มีผลกระทบทำให้เกิดความล่าช้าในการพัฒนาวิทยาลัย ดังนั้น เร็วๆ นี้จะยื่นหนังสือถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัยให้เร่งแก้ไขปัญหา โดยวิทยาลัยศาสนศึกษาขาดคณบดีตัวจริงมานานกว่า 1 ปีแล้ว อยากให้เร่งสรรหาคณบดีตัวจริง เพื่อให้วิทยาลัยก้าวหน้า ส่วนปัญหาอื่นๆ สมาคมศิษย์เก่าเป็นเหมือนบุคคลภายนอก ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก แต่จะติดตามการแก้ไขปัญหานี้จากอธิการบดี มม.อย่างใกล้ชิดต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง นพ.บรรจง มไหสวริยะ รักษาการอธิการบดี มม.เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าว โดย นพ.บรรจง ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ ระบุเพียงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาภายใน ซึ่งยังมีข้อมูลที่คลาดเคลื่อน


