เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 มิถุนายน ที่อาคารพัฒนานิสิต กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ดร.มลฤดี เชาวรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมด้วย ผู้แทนรองคณบดีคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะบัญชีและการจัดการมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผู้แทนสภาคณาจารย์ ผู้แทนคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ผู้แทนสโมสรนิสิต ผู้แทนสำนักศึกษาทั่วไป และผู้นำนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีมีการโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ กรณีรับจ้างเรียนแทน โดยคิดราคาชั่วโมงละ 80-100 บาท ซึ่งมีกระแสพูดถึงความไม่เหมาะสม ถือเป็นความเสื่อมเสียของวงการการศึกษาไทย
ดร.มลฤดี เชาวรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า จากการเรียกนิสิตมาสอบสวนข้อเท็จจริง จำนวน 12 คน จากหลายคณะ เป็นการโพสต์ข้อความโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นการโพสต์เล่นๆ ในกลุ่มแฟนเพจ แต่เมื่อมีการแชร์ข้อความออกไป ทำให้สังคมเข้าใจผิด เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ถึงความไม่เหมาะสม ซึ่งต้องขออภัยต่อสังคม ที่การกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดปรากฏการณ์บั่นทอนภาพลักษณ์อันดีงามในระบบการศึกษาของไทย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยฯ ได้ตระหนักและประกาศนโยบายเพิ่มเติม เรื่องการเฝ้าระวัง หรือหามาตรการเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ และจะไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก
โดยทางมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ออกแถลงการณ์ เรื่องผลการสอบสวนและมาตรการกรณีนิสิตมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ในสังคมออนไลน์ ข้อความว่า จากการที่คณะกรรมการพัฒนานิสิต ได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีการรับจ้างเข้าเรียนแทนของนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่ปรากฏในโลกสังคมออนไลน์มาในระยะหนึ่ง ทั้งนี้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ขอยืนยันว่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตระหนักและให้ความสำคัญต่อกระบวนการผลิตบัณฑิตออกสู่การรับใช้สังคมด้วยดีเสมอมา โดยนอกเหนือจากการบ่มเพาะให้นิสิตมีความรู้ความสามารถในทางวิชาชีพแล้ว ยังมุ่งหล่อหลอมให้นิสิตมีทักษะและทัศนคติที่ถูกต้องและดีงามต่อการเป็นองค์ประกอบอันสำคัญของสังคม อันหมายถึง “มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม”
ต่อกรณีดังกล่าวนี้ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ขอยืนยันว่ามิได้นิ่งนอนใจ ละเลย หรือกระทั่งเพิกเฉยอันเป็นพฤติกรรมที่แสดงถึงความไม่รับผิดชอบต่อปรากฏการณ์ข่าวสารที่แพร่สะพัดในโลกออนไลน์ หากแต่มีการดำเนินการต่อเรื่องดังกล่าวมาเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง จนนำมาสู่การมอบหมายให้คณะกรรมการพัฒนานิสิตได้ทำหน้าที่ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ ประกอบด้วยคณะทำงานหลักจากหน่วยงานต่างๆ ในมหาวิทยาลัย ทั้งที่เป็นฝ่ายวิชาการและฝ่ายพัฒนานิสิต รวมถึงนิสิตและองค์กรบริหารนิสิต ซึ่งมีการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องมาเป็นระยะๆ
ทั้งนี้คณะกรรมการพัฒนานิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กราบขออภัยต่อสังคมที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์บั่นทอนภาพลักษณ์อันดีงามในระบบการศึกษาของไทย พร้อมทั้งขอกราบขอบพระคุณทุกภาคส่วนที่ได้กรุณาให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง ทั้งที่เป็นนิสิต คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ประชาชน ผู้ปกครอง หรือกระทั่งผู้สื่อข่าว เพราะถือว่าเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมอันสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการจัดการเรียนการสอนในอีกช่องทางหนึ่ง
สำหรับผลการสอบสวน ทางมหาวิทยาลัยมีบทลงโทษนิสิตที่ทำการโพสต์ข้อความบนโลกออนไลน์นั้น ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่ยังไม่ได้เกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง เบื้องต้นยังไม่มีการเข้าเรียนแทนกัน ทางคณะกรรมการวินัยนิสิตได้ลงโทษด้วยการตัดคะแนนความประพฤติ 40 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ซึ่งถือเป็นโทษสูงสุด และให้นิสิตบำเพ็ญประโยชน์เพิ่มขึ้นจากเดิม 20 ชั่วโมง เป็น 80 ชั่วโมง และในอนาคตในส่วนของรายวิชาศึกษาทั่วไป ที่มีการเรียนร่วมกันหลายคณะเป็นคลาสใหญ่ จะมีการนำเทคโนโลยีมาช่วย เช่น การสแกนลายนิ้วมือ หรือการสแกนใบหน้านิสิต เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

